31.ทำอย่างไร...เมื่อท่านสับสน

ทำอย่างไร...เมื่อท่านสับสน

      ศิลปะในการดำรงชีวิตคือ  การมีจิตใจอันเสรี  ทำลายกำแพงแห่งความมีอัคติ  ความหวาดกลัว  ค  วามเกลียดชัง  และการทำลาลล้าง  จงอย่าระแวงว่าผู้อื่นจะไม่เข้าใจตน  แต่จงพึงระวังความสับสนของตนเองเสมอ
      แช็งแต็ก  ซูเมรี่  กล่าวว่า  "มีเพียงสิ่งที่เราไม่รู้เท่านั้นที่ทำให้คนเราหวาดกลัว  แต่ทว่าเมื่อใดคน...กล้าเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้  ความหวาดกลัวมันก็จะเป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้ " 
      แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่บางครั้งหรือบ่อยครั้งท่านรู้สึกสับสนในชีวิตของท่าน  บางครั้งเหมือนกับชีวิตตกหลุมพราง  อ้างว้างโดดเดี่ยวหรือสับสนต่อไปนี้ขอเสนอแนะวิธีการจัดการกับความสับสนอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการจัดการกับความสับสนที่มีประสิทธภาพ
      1.   จงคิด  จงคิดอย่าสร้างสรรค์ด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่งสบายๆ
ซึ่งมันจะทำให้ท่านพบกับคำตอบที่แปลกใหม่ได้
      2.   จงพููด  เพราะได้พูดออกมา  คนอื่นจะช่วยเราได้  ถ้าเราได้พูด
      3.   จงขอความกระจ่าง  จากเพื่อน  หัวหน้า  ลูกน้อง  ลูกค้า  ที่ปรึกษา  นักวิชาการ ฯลฯ อย่ากลัวคนอื่นจะหาว่าเราโง่
      4.   จงเขียน  หาทางเขียนทางแก้ไขปัญหาหรือทางออก  โดยการเปรียบเทียบและเลือกทางที่ดีที่สุด
     5.  จงปรึกษาผู้รู้เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม  โดยการสอบถาม สัมภาษณ์ และฟังผู้อื่น ฯ
      6.  จงใช้เครื่องมือบางอย่างช่วย  เพื่อให้มีความแน่นอนไม่ว่าจะเป็นคน  อุปกรณ์ เงินหรือเครื่องจักร ฯลฯ
      7.  จงตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ  เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตัดสินใจหรือคิดในเรื่องเล็กๆ
      8.  จงยอมรับควาไม่แน่นอน  เพราะเป็นสัจธรรมของโลกและชีวิตที่ประกอบไปด้วย  เกิดขึ้น  ตั้งอยู่  และดับไปเป็นธรรมดา
      องค์ประกอบที่ำคัญในการเสริมสร้างประสบการณ์ในการทำงานคือ  การเตรียมข้อมูลเบื้องต้นให้ครบ  เช่น  ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลธุรกิจ  ข้อมูลคู่แข่ง  ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ  ด้วยการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ของเราที่ได้สะสมมาและการจัดระเบียบของตัวเราเอง  หลังจากนั้นก็ปฏิบัติตามมผลของการวิเคราะห์หรือามแผนการที่วาวไว้  แต่เมื่อท่านประสบความสำเร็จ  จงอย่าดีใจจนเกินตัว  ควรเก็บรักษาความดีนั้นเอาไว้  หากพลาดจงเรียนรู้จากความผิดพลาด  และอย่าปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำสอง
      ชีวิตคนเราทุกวันนี้
      อะไรๆ  ก็ดูซับซ้อนขึ้น
      บางครั้ง ความรัก  ความปราถนาดี
      หรือความตั้งใจจริงที่เราให้กับหน้าที่การงาน
      หรือมีให้กับผู้คนรอบข้าง  ต้องกลับกลายเป็น
      ความผูกพันที่มากด้วยภาระ
      " ชิวิตมันไม่ง่ายเหมือนกับแต่ก่อน"
      หลายๆ ครั้งเรารู้สึกเหน็ดเหนื่อย
      เพราะความตั้งใจหรือความปราถนาดีของเราเอง
      คำถามที่เกิดขึ้นในใจเราก็คือว่า
      " แล้วจะทำอย่างไรล่ะ"
      ถ้าหากจะให้ท่านใช้แนวคิดในการครองชีวิตแบบลัทธิเซน
      ก็จะต้องบอกว่า
      "ปล่อยวางเสียบ้าง  ก็จะดี "
     การปลดปล่อยหรือปล่อยวางชีวิตก็เพื่อจะได้หยุดพัก  หยุดคิด หยุดทำ  หันกลับมาทบทวนสิ่งที่เราได้กระทำลงไป  และเพื่อไม่ให้ท่านสับสนผู้เขียนขอฝากกฎทองในการดำเนินชีวิตกับท่าน  เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตดังนี้
      กฎทองในกรดำเนินชีวิต
      1. ถ้าท่านเป็นผู้เปิด  ก็จงปิดด้วย
      2. ถ้าท่านทำของเสียจงยอมรับ
      3. ถ้าท่านทำไม่ได้  จงขอร้องสรรหาคนที่ทำเป็นมาช่วยท่าน
      4. ถ้าท่านยืมอะไรไป  จงคืนเขา
      5. ถ้าท่านเห็นคุณค่าของมัน  จงรักษามันให้ดี
      6. ถ้าท่านทำยุ่ง จงเก็บให้เรียบร้อบ
      7. ถ้าท่านเลื่อนออก จงเก็บเข้าที่
      8. ถ้าไม่ใช่ธุระของเรา อย่าไปซักถามให้วุ่นวาย
      9. ถ้าคำพูดของท่านทำให้คนอื่นสดใส  จงพูดดังๆ
      10. ถ้าสิ่งใดทำไห้คนอื่นเสียชื่อ จงเก็บไว้คนเดียว
      11. ถ้าไม่สามารถสนองความต้องการของคนอื่น  จงทำความ         เข้าใจ
      12. ถ้าไม่แน่ใจว่าถูก อย่าพึ่งพูด
      13. ถ้าใครพูดให้ร้ายคนอื่นกับท่าน  จงบอกขอโทษและเดินจากไป
      14. ถ้าใครก้าวร้าวกับท่าน  จงแผ่เมตตาให้เขา
      15. ถ้าท่านคิดว่าทำดีแล้ว  แต่ยังไม่ได้ดี  จงวิเคราะห์และสำรวจตัวเอง
       มีผู้กล่าวไว้ว่า อย่าระแวงผู้อื่นจะไม่เข้าใจท่าน แต่พรึงระวังความสับสนของตัวท่านเอง...
          ศิลปะแห่งชีวิต
      คือการมีจิตใจอันเสรี
      ทำลายกำแพงแห่งอัคติ  ความหวาดกลัว
      ความเกลียดชัง  และ  การทำลายล้าง
      สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะฝากไว้ก็คือ  การส่งความปราถนาดี  ให้กับผู้อื่น  หรือแผ่เมตตา  ถ้าหากบุคคลรอบข้างรังควาน  รังแก  หรือแม้แต่การคิดไม่วางใจกัน  มีทัศนคติดที่ไม่ดีหรือไม่ตรงต่อกัน  อกแล้วไงครัลว่า "ปล่อยวางเสียบ้างก็จดี"  หรื่อใช้คำพูดที่ว่า  "ช่างมัน"  บางครั้งเรามัวแต่คอยจับผิดคนอื่น  แทนที่จะจับถูกหรือมองหาข้อดี แทนี่จะมีแต่ข้อติของเขาซึ่งอาจจะทำให้เราเป็นทุกข์หรือร้อนได้  ท้ายสุดอยากจะขอฝากคำกลอนของท่านพุทธทาสในเรื่องการมองคนแต่แง่ดีเถิด  เพื่อเก็บไว้เป็นคติสอนใจในการทำงานดังนี้
           "เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
      จงเลือกเอาส่วนดีที่มีอยู่
      เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู
      ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเรย
      จะมองคนมีดีอยู่ส่วนเดียว
      อย่ามัวเที่ยวค้นหา  สหายเอ๋ย
      เหมือนมองหาหนวดเต่า  ตายเปล่าเรย
      ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง" 
 
        
ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง เป็นหนังสือที่จะกระตุ้นให้ท่านขุดค้นความสามารถทั้งหลายที่มีอยู่ในตัวของท่าน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบันดาลใจ สร้างพลังจิตจากความคิด สร้างความสำเร็จจากความท้อถอยและเป็นผู้กำชัยชนะที่ยืนยาวจากความพ่ายแพ้ชั่วครั้งชั่วคราวที่ทดสอบจิตใจของเราเองด้วยการกำหนดชัยชนะจากภายในจิตใจของตัวเราเองก่อน เพื่อเป็นผู้ชนะตลอดเวลา สมชาย กิจยรรยง