อุทิศตัว
มีเงื่อนไขเดียวของความสำเร็จก็คือ ท่านต้องอุทิศตัวเอง ท่านต้องเสียสละตัวเอง เสียสละให้กับหน้าที่และการงาน ท่านทราบไหมครับว่าการเสียสละเวลาแห่งความสะดวกสบายส่วนตัว โดยยการใช้เวลาทำงานพบลูกค้า และประกอบธุรกิจ ในขณะที่คนอ่นใช้เวลาอย่างสุรุ่ยสุร่ายกับการกิน การเสพ การบันเทิง โดยไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งท่านจะต้อง
-ยอมเป็นสะพานให้ลูกค้าได้พบกับสินค้าและบริการของเราโดยการปฏิบัติตนในฐานะของผู้ให้ "ไปให้ ไม่ใช่ไปขอ"
-ยอมเสียสละหรือลงทุนด้านเวลา แรงกาย หรือเงินทุน ประการใดประการหนึ่ง ท่านเชื่อเถอะครับ ไม่ว่างานอะไรๆ ก็ต้องอุทิศตน ไม่ว่าแรงงาน หรือเงินทุนก็ตาม
-ยอมเป็นบุคคลพิเศษ ยอมเป็นคนที่มีคุณค่าที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร
-ไม่ลังเลใจที่จะตัดสินร่วมธุรกิจอย่างมืออาชีพหรืออย่างเต็มเวลาและเต็มกำลัง "การที่ไม่ตัดสินใจก็คือ การติดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง"
-ท่านจะต้องยอมผิดหวังชั้วคราว เพื่อความสมหวังในวันหน้า
จงอุทิศด้วยการลงมือทำ อย่าคอยให้ส้มหล่นหรือบุญหล่นทับไม่มีใครประสบความสำเร็จด้วยการอยู่นิ่งเฉย โดยไม่ต้องทำงาน
จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการลงมือทำ ไม่จำเป็นต้องคอยให้สถานการณ์เรียบร้อย เพราะท่านจะไม่ได้ลงมือทำเป็นเช่นนั้น
จงเลิกวิตกกังวลถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ จงลืมเสียเถอะแล้วตั้งต้นใหม่การอุทิศตัวที่ดีท่านควรที่จะมีคุณสมบัติ 3 ประการ ก็คือ
-การเป็นนักบุกเบิก
-การมีจิตใจเป็นนักบุญ และ
-พร้อมที่จะเป็นอาสาสมัครให้กับตนเอง
คุณโกมล คีมทอง นักต่อสู้ชีวิตคนหนึ่งของเมืองไทยได้กล่าวไว้ว่า "การที่เราไม่รู้เลยว่าเราไฝ่หาอะไรอยู่ อะไรเล่าที่ควรจะได้ หากยังตอบไม่ได้ การดำลงชีวิตอยู่นี้ก็เปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง" ดังนั้นการอุทิศตนของท่านท่าจะต้องทำงานอย่างมีเป้าหมายภายไต้แผนการที่ดีรองรับอยู่เสมอ แต่สำหรับบางคนเอาแต่พูดแต่ไม่ทำ ซ่ำร้ายหนักไปกว่านั้นก็คือ พูดได้แต่ทำไม่ได้ มีแต่ท่าดีทีเหลว ซึ่งในพระอภิธรรมได้กล่าวไว้ว่าบุุคคลเปรียบด้วยเมฆฝน 4 อย่างคือ
บุคคลเปรียบเสมือนฟ้าร้องฝนไม่ตก คือ บุคคลบางคนเป็นผู้พูดแต่ไม่ทำ
บุคคลเปรียบเสมือนฝนตกฟ้าไม่ร้อง คือบุคคลบางคนเป็นคนทำแต่ไม่พูด
บุคคลเปรียบเหมือนฟ้าร้องฝนตก คือ บุคคลบางคลเป็นผู้พูดด้วยทำด้วย
บุคคลเปรียบเหมือนฟ้าไม่ร้องฝนไม่ตก คือ บุคคลบางคนเป็นคนไม่พูดไม่ทำ
ท่านเห็นด้วยใช่ใหมครับว่าบุคคลที่ทำงานอย่างอุทิศตัวและพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จจะเปรียบบุคคลนั้นเหมือนฟ้าร้องฝนตก นั่นก็คือเป็นผู้พูดด้วยและทำด้วย
ซึ่งขอฝาก 10 ก้าวเพื่อก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จเมื่อท่านได้ทำงานอย่างอุทิศตัวคือ
1.ต้องรู้ว่าท่านมีพลัง กำลัง และเรี่ยวแรงแค่ไหน
2.มีความเช่อมั่นในตนเองเสมอ
3.ท่านต้องไม่ไช่คนที่ทำอะไรแล้วเบื่อง่าย หรือทื้งกลางคัน
4.เงินที่หามาได้ ทำได้ ถือเป็นเพียงไม้วัดความสำเร็จอาจจะไม่ไช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิตก็ได้
5.จงมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา
6.สามารถตั้งเป้าหมายชชีวิตที่ท้าทาย แต่อยู่ในวิสัยที่จะปฏิบัติได้หากออกแรงหน่อย
7.ต้องเป็นคนกล้าเสี่ยง หลังจากคาดคะเนผลได้ผลเสียแล้ว ไม่ไช่่หลับหูหลับตาเสี่ยงแบบนักพนัน
8.ถือเอาความผิดพลาดเป็นครู
9.พร้อมที่จะยอมรับคำติชมได้เป็นอย่างดี
10.มีความคิดริเรื่มที่จะกล้ารับผิดชอบ
ข้อสำคัญท่านต้องคิดฝันและอุทิศตนดังกลอนแปดที่กล่าวว่า
⚫ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง
คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม
ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินตอม
จึงได้ออมอบกลิ่นสุมาลี⚫
ความสำเร็จอย่ารอให้บุญหล่นทับ ความสำเร็จอย่ารอให้ราชรถมาเกย ความสำเร็จทั้งหลายย่อมเกิดจากเหตุ ผลจึงตามมา เหมือนดังคำกลอนที่กล่าวไว้ว่า
⚫อยากถูกหวยรวยสตางค์ยังไม่ซื้อ
อยากมีชื่อนักประพันะ์ยังไม่เขียน
อยากเป็นยอดนักขายยังไม่เพียร
จวบจนผมเปลี่ยนเป็นขาวเจ้าเหมือนเดิม⚫
-ยอมเป็นสะพานให้ลูกค้าได้พบกับสินค้าและบริการของเราโดยการปฏิบัติตนในฐานะของผู้ให้ "ไปให้ ไม่ใช่ไปขอ"
-ยอมเสียสละหรือลงทุนด้านเวลา แรงกาย หรือเงินทุน ประการใดประการหนึ่ง ท่านเชื่อเถอะครับ ไม่ว่างานอะไรๆ ก็ต้องอุทิศตน ไม่ว่าแรงงาน หรือเงินทุนก็ตาม
-ยอมเป็นบุคคลพิเศษ ยอมเป็นคนที่มีคุณค่าที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร
-ไม่ลังเลใจที่จะตัดสินร่วมธุรกิจอย่างมืออาชีพหรืออย่างเต็มเวลาและเต็มกำลัง "การที่ไม่ตัดสินใจก็คือ การติดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง"
-ท่านจะต้องยอมผิดหวังชั้วคราว เพื่อความสมหวังในวันหน้า
จงอุทิศด้วยการลงมือทำ อย่าคอยให้ส้มหล่นหรือบุญหล่นทับไม่มีใครประสบความสำเร็จด้วยการอยู่นิ่งเฉย โดยไม่ต้องทำงาน
จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการลงมือทำ ไม่จำเป็นต้องคอยให้สถานการณ์เรียบร้อย เพราะท่านจะไม่ได้ลงมือทำเป็นเช่นนั้น
จงเลิกวิตกกังวลถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ จงลืมเสียเถอะแล้วตั้งต้นใหม่การอุทิศตัวที่ดีท่านควรที่จะมีคุณสมบัติ 3 ประการ ก็คือ
-การเป็นนักบุกเบิก
-การมีจิตใจเป็นนักบุญ และ
-พร้อมที่จะเป็นอาสาสมัครให้กับตนเอง
คุณโกมล คีมทอง นักต่อสู้ชีวิตคนหนึ่งของเมืองไทยได้กล่าวไว้ว่า "การที่เราไม่รู้เลยว่าเราไฝ่หาอะไรอยู่ อะไรเล่าที่ควรจะได้ หากยังตอบไม่ได้ การดำลงชีวิตอยู่นี้ก็เปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง" ดังนั้นการอุทิศตนของท่านท่าจะต้องทำงานอย่างมีเป้าหมายภายไต้แผนการที่ดีรองรับอยู่เสมอ แต่สำหรับบางคนเอาแต่พูดแต่ไม่ทำ ซ่ำร้ายหนักไปกว่านั้นก็คือ พูดได้แต่ทำไม่ได้ มีแต่ท่าดีทีเหลว ซึ่งในพระอภิธรรมได้กล่าวไว้ว่าบุุคคลเปรียบด้วยเมฆฝน 4 อย่างคือ
บุคคลเปรียบเสมือนฟ้าร้องฝนไม่ตก คือ บุคคลบางคนเป็นผู้พูดแต่ไม่ทำ
บุคคลเปรียบเสมือนฝนตกฟ้าไม่ร้อง คือบุคคลบางคนเป็นคนทำแต่ไม่พูด
บุคคลเปรียบเหมือนฟ้าร้องฝนตก คือ บุคคลบางคลเป็นผู้พูดด้วยทำด้วย
บุคคลเปรียบเหมือนฟ้าไม่ร้องฝนไม่ตก คือ บุคคลบางคนเป็นคนไม่พูดไม่ทำ
ท่านเห็นด้วยใช่ใหมครับว่าบุคคลที่ทำงานอย่างอุทิศตัวและพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จจะเปรียบบุคคลนั้นเหมือนฟ้าร้องฝนตก นั่นก็คือเป็นผู้พูดด้วยและทำด้วย
ซึ่งขอฝาก 10 ก้าวเพื่อก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จเมื่อท่านได้ทำงานอย่างอุทิศตัวคือ
1.ต้องรู้ว่าท่านมีพลัง กำลัง และเรี่ยวแรงแค่ไหน
2.มีความเช่อมั่นในตนเองเสมอ
3.ท่านต้องไม่ไช่คนที่ทำอะไรแล้วเบื่อง่าย หรือทื้งกลางคัน
4.เงินที่หามาได้ ทำได้ ถือเป็นเพียงไม้วัดความสำเร็จอาจจะไม่ไช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิตก็ได้
5.จงมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา
6.สามารถตั้งเป้าหมายชชีวิตที่ท้าทาย แต่อยู่ในวิสัยที่จะปฏิบัติได้หากออกแรงหน่อย
7.ต้องเป็นคนกล้าเสี่ยง หลังจากคาดคะเนผลได้ผลเสียแล้ว ไม่ไช่่หลับหูหลับตาเสี่ยงแบบนักพนัน
8.ถือเอาความผิดพลาดเป็นครู
9.พร้อมที่จะยอมรับคำติชมได้เป็นอย่างดี
10.มีความคิดริเรื่มที่จะกล้ารับผิดชอบ
ข้อสำคัญท่านต้องคิดฝันและอุทิศตนดังกลอนแปดที่กล่าวว่า
⚫ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง
คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม
ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินตอม
จึงได้ออมอบกลิ่นสุมาลี⚫
ความสำเร็จอย่ารอให้บุญหล่นทับ ความสำเร็จอย่ารอให้ราชรถมาเกย ความสำเร็จทั้งหลายย่อมเกิดจากเหตุ ผลจึงตามมา เหมือนดังคำกลอนที่กล่าวไว้ว่า
⚫อยากถูกหวยรวยสตางค์ยังไม่ซื้อ
อยากมีชื่อนักประพันะ์ยังไม่เขียน
อยากเป็นยอดนักขายยังไม่เพียร
จวบจนผมเปลี่ยนเป็นขาวเจ้าเหมือนเดิม⚫