วัน วัย เวลากับความสำเร็จ
สายน้ำที่ไหลไปอาจจะหดไหลกับคืนมาได้ แต่วันเวลาไม่สามารถเรียกให้หวนกับค์นมาได้ เวลา...เป็นสิ่งสิ่งเดียวที่ทุกคนได้รับเสมอหน้ากัน ไม่มีไครเสียเปรียบได้เปรียบเลยแม้แต่คนเดียว จงใช้เวลา ร่างกายของตน ทำประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม ในวัยและเวลาที่ธรรมชาติให้มาอย่างยุติธรรมสิ่งที่เป็นโอกาศที่ธรรมชาติให้มากับบุคคลทุกเพศทุกวัย ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะนั้น มันเป็นพลังของธรรมชาติที่ไม่มีการสะสม ไม่มีการสำรองเอาไว้ใช้ในโอกาศหน้า ไม่มีการฝากแล้วจะได้ผลคืนแต่ประการใด สิ่งนั้นก็คือ
กำลังภายในวันที่มีเรี่ยวแรง กำลังวังชา
มันสมองที่ไม่ขี้หลงขี้ลืมในวัยที่เหมาะสม
สุขภาพที่ปนาศจากโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนในวัยทำงาน
สายตา, น้ำเสียง, เส้นผม ฯลฯ ในวัยที่พร้อมแสลงหาความสำเร็จและความทรหดอดทนในการทำงานในวัยทำงาน
วัยที่กล่าวข้างต้นก็คือวัยที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่แสวงหาความสำเร็จในธุรกิจการขาย จงใช้ธรรมชาติที่ให้โอกาศมาคือ กำลังวังชา, สมอง, สุขภาพ, สายตา, ท่าทาง, น้ำเสียง และความกระตือรือร้น มาใช้ประโยชน์ในการทุ้่มเทและอุทิศชีวิตให้กับธุรกิจการขายอย่างเต็มที่และเต็มฝีมือ ความสำเร็จย่อมเป็นของท่านอย่างแน่นอน ดังนั้นท่านจงใช้มันเถิด อย่าปล่อยมันให้สิ้นแรงหรือสูญสลายไปพร้อมกับอายุและเวลาที่เหลือน้อยลงทุกทีๆ
ถ้าหากท่านอยู่ในช่วงอายุ 16-30 ปี ถือเป็นช่วงโอกาศทองของชีวิตจงใช้เวลาที่ทีอยู่ในวัยแสวงหาความสำเร็จเสมอ
วัยกับความสำเร็จของชีวิต ของเรานั้นพอจะแบ่งได้เป็นช่วงๆดังนี้ คือ
วัยพึ่งพา อายุ 1-20 ปี สนุกสนาน ไม่ต้องรับผิดชอบ เล่าเรียนค้นหา
วัยพากเพียน อายุ 20-30 ปี เรียนรู้ทำงาน ลองผิดลองถูก ฝึกหัด
วัยเพิ่มพูน อายุ 30-50 ปี สนุกกับการทำงาน สร้างความก้าวหน้า มั่นคง ขยายงาน
วัยพักผ่อน อายุ 50-60 ปี รับโบนัสของชีวิต ชื่นชมผลงาน และความสำเร็จ
วัยพลัดพราก อายุ 60 ปีขึ้นไป ธรรมชาติจะเรียกสังขารกับคืน เพื่อนนักขายนักธุรกิจครับ ถึงตรงนี้จะขอถามท่านว่าท่านอยู่ในรุ่ใดวัยใด ก้าวหน้าและก้าวไกลตามวัยหรือเกินวัยหรือไม่ ถ้าคำตอบว่า "ไช่" ต้องขอแสดงความยินดีครับ ส่วนสำหรับผู้ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จ จงอย่า "ตกรุ่น" เป็นอันขาด
ความสำเร็จของคนกับคุณภาพชีวิตที่ผู้เขียนอยากจะฝากเป็นแง่คิดสำหรับท่านในฐานะบุคคลชั้นแนวหน้า คือข้อมูลของคนภาคพื้นเอเชียของเรา อายุระหว่าง 20-65 ปี จำนวน 100 ปี มีผลสรุปหน้าสนใจดังนี้
มีผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง 1 คน
มีผู้ประสบความสำเร็จขั้นปานกลาง 5 คน
มีคนอายุ 65 ปี ยังทำงานอยู่ 5 คน
มีคนตายเมื่ออายุ 65 ปี 31 คน
และยังต้องพึ่งพาญาติของตนอีก 54 คน
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น มีบุคคลเพียง 5 คน หรือ 5 เปอเซ็นต์ที่อยู่ขั้นประสบความสำเร็จ เขาเหล่านี้ได้ลิขิตชะตาชีวิตของเขาเอง เขาเลือกทางเดินของเขาเอง เป็นทางเดินของผู้ประสบความสำเร็จในเส้นทางชีวิตอันได้แก่ นักขาย นักธุรกิจ ผู้ประกอบการทั้งหลาย
ส่วนอีก 95 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยชีวิตของเขาไปตามดวง ไปตามยถากรรม แล้วแต่พรหมลิขิต และเมื่อเกิดข้อผิดพลาด ความล้มเหลวต่างๆ ก็โทษดวงชะตาหรือดวงดาว แต่อีก 5 ใน 100 คน จะไช้ชีวิตดวง เขาจะกำหนดและวางแผนชีวิตของตนเอง
แล้วอนาคตของท่านล่ะ อยากเป็นคนกลุ่มไหน หรือถ้าหากจะปลดเกษียณตนเองเมื่อได้อายุได้ 50-60 ปี ท่านจะเป็นคนแก่แบบใด จะเป็นคนแก่อย่างมีคุณค่า แก่บุญบารมี หรือจะจัดอยู่ในประเภทแก่อย่างหมดราคาที่จะยังต้องตกเป็นภาระของสังคมหรือเครือญาติ ถ้าท่านหวังสบายตอนหนุ่มท่านจะกลุ้มตอนแก่ หรือคติที่ว่า "ถ้าท่านไฝ่ร้อนจะนอนเย็น ถ้าท่านใฝ่เย็นจะเข็นใจ" จงทำงานหนักวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า