วิธีการสมัคร BITCOIN ที่เว็บ BX

ขั้นแรก >> คลิ๊กที่นี่ << เพื่อเข้าไปสมัครสมาชิกที่เว็บ BX

หลังจาก กดปุ่มด้านบนแล้ว จะไปที่หน้าหลักของเวป BX กดปุม REGISTER (ตามรูป)
กรอกรายละเอียดข้อมูล (ควรจะเป็นชื่อ-นามสกุลจริง)

เมื่อกดปุ่ม I’m not a robot … ระบบจะให้ทำการเลือกภาพ ที่ตรงกับคำถามแล้วกด verify
แล้วก็กดปุ่ม REGISTER สีน้ำเงิน เพื่อลงทะเบียน
เสร้จแล้ว ไปเช็คอีเมล์ของท่าน เพื่อรับ Password ในการเข้าเว็บ
กดเมนู My Funds แล้วทำการ Login เข้าไป
กดปุ่ม Deposit เราจะเห็น เลขที่บัญชี Bitcoins Wallet ของเรา และต้องทำการ Verify Account เพื่อยืนยันตัวตน
การยืนยันตัวตน ต้องกรอกรายละเอียด ให้ตรงกับบัตรประชาชน และ แนบรูป ตามตัวอย่าง 2 ภาพ แล้วกด Submit Verification เสร็จแล้ว รอ ระบบ Confirm กลับทางเมล์
ต่อไป ก็จะเป็นการนำเงิน เข้าบัญชีกระเป๋า เพื่อ ไว้ซื้อ Bitcoin สามารถ นำเงินเข้า หลังจากระบบ Verify เรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนการโอน จะใช้เวลาประมาน 1-2 ชั่วโมง หรือเร็วกว่านั้น
เลือกธนาคาร และใส่จำนวนเงิน แล้ว กด Create Deposit
โอนเงินเข้าบัญชี แนบสลิปการโอน แล้วกด Payment Complete แล้วรอระบบ ตรวจสอบ
เมื่อเงินเข้าระบบแล้ว ในบัญชีเรา จะเห็นเงิน บาทอยู่ในบัญชี (มุมบนขวามือ)
bxs
ต่อไปเป็นขั้นตอนการซื้อ Bitcoins
กด Trading เพื่อ เปิดคำสั่งซื้อ
เราสามารถใส่ เรทราคา ที่เราต้องการ ซื้อได้ ดูเทียบกับ คำสั่ง ซื้อ ขาย ของคนอื่นๆครับ ใส่จำนวนที่ต้องการ แล้ว กด Create Order เสร็จแล้วรอ คนมา ขายให้เรา
ถ้าสามารถ ซื้อ ได้แล้ว จำนวน BTC จะขึ้นโชว์ (มุมบนขวามือ)
หลังจากที่เรามี Bitcoins แล้ว เราสามารถ Transfer ไปยังบัญชี Bitcoins ของบุคคลอื่นได้ ดังนี้
เข้าไปที่เมนู Withdraw ด้านบน แล้วเลือกเมนู Bitcoin ด้านซ้าย แล้วใส่ จำนวน bitcoin และเลขที่ Bitcoin Address ของคนที่จะโอนให้ จากด้านก็กดปุ่ม Withdrow สีเขียวด้านล่าง
หลังจากกดปุ่ม Withdraw แล้ว ต้องเข้าไปทำการยืนยันการถอน ที่อีเมล์ของเราด้วย อย่าลืม!!

ไปเช็คอีเมล์ เพื่อทำการยืนยันการโอนหรือถอน

เท่านี้ ก็เป็นอันเสร็จ เรียบร้อยครับ รอ BTC ไปยังบัญชีปลายทาง
 BX.in.th Bitcoin Exchange Thailand

ที่มา todorich.com

35.บัญญัติ 60 ประการของความสำเร็จ

บัญญัติ 60 ประการของความสำเร็จ

      ส่วนประกอบของความมั่นใจในตัวท่านเองนั้น ท่านจะต้องรู้จักคามสามารถของท่าน และจุดดีเด่นของท่านเอง และจลแน่ใจว่าความสามารถ บุคลิกภาพ และความคิดของท่านหรือแม้แต่ภาพพจน์ของท่านจะเด่นดีขึ้นมาได้ในหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านสามารถทำได้ด้วยตัวท่านเองเช่น การปรากฏตัวด้วยความมั่นใจ แต่งตัวดูแล้วมีรสนิยมที่ดี เรียบร้อยและสะอาด การจดจ่อกับความเห็นของท่านในเวลาเดียวกันก็ควนจะทราบด้วยว่า ท่านเองก็มีข้อบกพร่องอยู่ อย่าโทษข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาดต่างๆให้กับผู้อื่น หรือโยนความผิดให้กับผู้อื่นอยู่เป็นประจำ แต่จงหาวิธีแก้ไข เข้าใจต้นเหตุเพื่อลดข้อผิดพลาดให้น้อยลง และจากนั้นปัดมันออกจากความคิดของท่าน และจงแสดงความยินดีกับตัวท่านเองเมื่อท่านประสบความสำเร็จ บ่อยครั้งที่เราให้ความสนใจกับความผิดพลาดของงเรามากกว่าความสำเร็จที่ได้มา บัญญัติ 60 ประการที่นำมาฝากนี้หลายๆ ส่วนของแต่ละข้อได้กระจัดกระจายอยู่ในบทต่างๆ ของหนังสือเล่มนี้แล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นส่วนสำคัญที่อยากจะฝากเอาไว้เพื่อให้ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่เสมอ โดยเคล็ดลับต่างๆ ในการประสบความสำเร็จนี้ถอดความมาจากหนังสือเมเนเจอร์แม็กกาซีน ซึ่งมีรายละเอียดย่อๆ ดังนี้คือ
      บัญญัติ 60 ประการในการประสบความสำเร็จ
      1.ตั้งจุดมุ่งหมาย
      2.มีความตั้งใจอย่างจริงจังที่จะประสบความสำเร็จกับจุดมุ่งหมายที่ตั้งเอาไว้
      3.ฝึกซ้อมการบริหารเวลา
      4.หมั่นฝึกฝนสติปัญญาความสามารถที่ห่างเหินมานาน
      5.จงมองภาพที่ท่านจะต้องการจะประสบความสำเร็จในด้านบวก
      6.จงมองดูปัญหาเสมือนโอกาศที่ดี
      7.จงเป็นคนมองโลกในแง่ดีและมีความกระตือรือร้น
      8.ตั้งสติให้กับจุดมุ่งหมาย ความต้องการและคำตอบ
      9.ยอมรับผิดชอบและการกระทำของตนเอง
      10.พัฒนาภาพพจน์ของตัว่านในด้านบวก
      11.จงทราบว่าท่านยืนอยู่จุดใด ทุกชั้วโมง ทุกวัน ทุกเดือน และทุกปี
      12.พร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง จงโอนอ่อนตามเหตุการณ์
      13.จงทราบถึงขอบเขตของท่าน
      14.ยอมรับการติเตียน
      15.แก้ไขในข้อติเตียน
      16.พัฒนาข้อติเตียนของตนเอง
      17.ระมัดระวังคุณค่าของการแต่งตัวที่ดี
      18.จงเกี่ยวข้องกับโปรแกรมการพัฒนาตนเอง
      19.จงอยู่อย่างเพลิดเพลินทุกขณะ
      20.จงรู้จักคุณค่าในความแตกต่างของตัวบุคคลอื่น
      21.สนใจในทุกสิ่งที่จะนำมาซึ่งการเติบโตพัฒนาตนเอง
      22.เรียนรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่นก่อนที่จะตัดสินใจ
      23.แสดงถึงส่วนที่ดีที่สุดของตัวท่านเมื่อเวลาเดิน พูด ฟัง แสดง และโต้ตอบ
      24.จงฟังมากกว่าพูด
      25.จงทราบว่าท่านคือใคร ท่านจะไปไหน และท่านมาจากจุดใหนมาก่อน
      26.จงทราบว่าท่านต้องการอะไรในทุกส่วนของชีวิตท่าน ไม่เฉพาะแค่ชีวิตธุรกิจของท่านเท่านั้น
      27.เรียนรู้ที่จะเคารพคุณค่าของผู้อื่น
      28.ตั้งจุดมุ่งหมายของท่านตามพื้นฐานความแข็งแกร่งและจุดอ่อนของตัวท่านเอง
      29.จงแน่ใจว่าจุดมุ่งหมายของท่านนั้นเป็นของท่านเอง ไม่ไช่ของผู้อื่น
      30.หากท่านไม่สามารถตื่นเต้นไปกับจุดมุ่งหมายของท่านได้ จงตรวจดูอีกที
      31.จงแน่ใจว่าจุดมุ่งหมายของท่านจะให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นได้
      32.อย่าสาธยายเสียเวลากับส่วนลบ
      33.จำไว้ว่า ท่านคนเดียวที่จะต้องรับผิดชอบว่า ท่านคิดอะไร กับตัวท่านเอง
      34.ใช้มาตรฐานของตัวท่านเอง
      35.จงจำไว้ว่า ท่านมีความสามารถที่จะทำลายความเคยชินที่ไม่ดีของท่านได้
      36.ทำนิสัยเคยชินต่างๆของท่านให้เป็นไปในทางที่ดี
      37.จงจำไว้ว่า ทุกปัญหาจะมีคำตอบของมันเองเสมอ
      38.ความปรารถนาอย่างจริงใจที่จะยกเลิกความเคยชินที่ไม่ดีอย่างหนึ่ง เท่ากับการยกเลิกไปแล้วครั้งหนึ่ง
      39.จงจำไว้ว่า ไม่มีคำว่า "คนอับโชค"
      40.นอกจากความกลัวในเสียงดังและความกลัวในความสูง ความกลัวอื่นๆ เป็นเพียงความกลัวที่ได้มาภายหลัง จงขจัดมันทิ้งไปเสียให้หมด
      41.ในการขจัดความกลัวนี้ จงตั้งใจกับความปรารถนาที่ตรงกันข้ามกับความกลัว
      42.ความล้มเหลวจะกลายเป็นบทเรียนที่สามารถทำนายหาแนวทางไสูความสำเร็จได้
      43.การยิ้มจากใจจริงมักได้ผลเสมอ
      44.จงตั้งใจแต่ในสิ่งที่ดี
      45.ซื่อสัตย์กับทุกๆคน
      46.จงมีส่วนช่วยเหลือสังคม
      47.จงภูมิใจในสิ่งที่ท่านทำ
      48.ความคิดที่แจ่มใสแลพร่างกายที่แข้งแรงเป็นสิ่งที่คู่กัน
      49.อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
      50.กำจัดข้อแก้ตัวของท่านให้หมด
      51.จงทราบว่า ไม่มีสิ่งใดจะมาทดแทนงานหนักได้
      52.หลังงานหนัก ส่วนผสมที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จก็คือการมีลูกค้าประจำ แลำความมั่นคงของธุรกิจ
      53.จงตัดคำว่า "ไม่สามารถ" ออกไปเสีย
      54.เชื่อมั่นในแรงอำนาจของความเชื่อถือและความหวัง
      55.การไม่เปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
      56.จงรู้ถึงคุณค่าของเพื่อน
      57.เวลาที่ง่ายที่สุดที่จะลงมือทำงานหนักก็คือ การลงมือทำทันที
      58.จงมรความยุติธรรม
      59.จงเป็นตัวขิงตัวเอง
      60.ถือว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ


34.ลงมือทำ

ลงมือทำ

      สิ่งที่ผู้เขียนได้สาธยายมาตั้งแต่ต้น หวังว่าท่านคงจะเห็นและเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่ได้กล่าวไปแล้ว และเป็นสายโซ่เชื่อมเกลียวกันอย่างประสานที่จะนำพาตัวของท่านนรรลุสู่บนหนทางของความสำเร็จ ท่านคงจะพอเห็นแนวทางแล้วใช่ใหมครับว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสำเร็จหรือไม่สำเณ้จก็อยู่ที่ตัวของท่าน
      ท่านรู้แล้ว
      ทานคิดแล้ว
      ท่านเห็นแล้ว
      ท่านได้ยินแล้ว
      แต่ถ้าหากท่านไม่ลงมือทำ ก็เปล่าประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
      มันไม่มีความหมายเลยที่จะทำให้ท่านบรรลุสู่เป้าหมาย
      หนังสือเล่มนี้คงไม่ต่างจากวิชาสอนการกีฬา หรืพละศึกษาเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิงที่ท่านจะว่ายน้ำโดยเพียงแค่การอ่านวิชาว่ายน้ำเปร่าประโยชน์โดยสิ้นเชิงที่ท่านจะขี่จักรยานโดยแค่เพียงอ่านตำราการหัดขี่จักรยานเปร่าประโยชน์โดยสิ้นเชิงที่ท่านจะขับรถยนต์โดยเพียงแค่เพียงการอ่านตำราขับรถยนต์ และถ้าหากจะทำเพื่อไต่บันไดสู่ดวงดาวแห่งความสำเร็จล่ะก็อย่ามีข้ออ้างสารพัด ไม่ต้องรอคนอื่น ให้ดูที่ตัวเอง และอย่ารอความพร้อมทั้งหลายก่อน หรือรอให้พร้อมก่อนค่อยลงมือทำและอย่าประมาท
      การประมาทต่อตนเอง ประมาทต่อเวลา ประมาทต่อฝีมือของคู่ต่อสู้นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความพ่ายแพ้ เช่นเดียวกับกระต่ายแพ้เต่าในนิทานอีสป
      จงใช้ตัวของท่านเองเป็นพาหนะ
      จงใช้สมองของท่านเป็นเครื่องยนต์กลไก
      จงทำใจของท่านให้เป็นเข็มทิศ
      ฟันฝ่าพายุของอารมณ์และอุปสรรคที่หมองหม่นไปสู่ความสำเร็จ
            ให้ได้
      จงเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นความสำเร็จ
      จงเปลี่ยนเวลาให้เป็นโอกาศ
      จงเปลี่ยนสินค้าให้เป็นเงินและปัจจัยสี่
      จงเปลี่ยนตัวเราให้เป็นบุคคลพิเศษตามที่ท่านปรารถนา
      บ่อยครั้งที่เราต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการประกอบการอาชีพทุกชนิด แต่ความครบถ้วนสมบูรณ์นั้น เป็นสิ่งที่เราไม่อาจจะหาได้เสมอไป บางครั้งเราขาดแผนงานที่ดี ขาดเครื่องจักรเครื่องมือ ขาดการลงทุน ไม่อย่างไดก็อย่างหนึ่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลของความผิดพลาดล้มเหลวได้ทั้งสิ้น ความล้มเหลวจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ปัญหาก็คือ เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากความผิดพลาดล้มเหลวนั้น
      จงจำไว้ว่า ความพ่ายแพ้ทุกครั้งมีคำอธิบาย
      จงจำไว่ว่า มีวิธีแก้ไขใหม่ๆอยู่เสมอสำหรับปัญหาใดๆก็ตาม
      ถ้าท่านกังวลหรือกลัว ขอให้ท่านทราบไว้เถอะครับว่ารากเหง้าของความกลัวคือ ความคิดของเราเองที่ผิดพลาดอันได้แก่ การคิดในแง่ลบหรือทางทำลาย มากกว่าทางบวก จงทำในสิ่งที่ท่านกลัว แล้วความกลัวจะหายไป
      ถ้าท่านเป็นยอดนักขาย จงสร้างความเชื่อมั่นด้วยการตระเตรียมการขายที่ดี เอาชนะความกลัววในการสัมถาษณ์ การเสนอขาย หรือแม้แต่การขอกู้เงิน ด้วยการเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ
      ท่านเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาของท่านได้ จงควบคุมความคิดของท่านให้ได้หากสิ่งที่ท่านคิดหรือต้องการนั้นไม่ผิดกฏหมายและศีลธรรม จงทำต่อไป
      รถยนต์ราคาแพงนับล้านบาทจะไม่มีความหมายอันใดเลย หากมันไม่มีเครื่องยนต์สำหรับวิ่ง หรือสตร์ดไม่ติด เครื่องจักรหรือสิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์เราจะไร้ค่าโดยสิ้นเชิง ถ้าหากไม่นำมันมาใช้ประโยชน์แก่สังคม
      คนเราก็เช่นกัน ที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูและการศึกษาในต้นทุนที่สูงลิบลิ่วจากพ่อแม่ แต่ไม่ได้ขุดค้นเอาความสามสรถ ความกระตือรือร้นหรือกำลังออกมาใช้เลย นับว่าเปร่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง
      ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคือ บทเรียนราคาแพง แต่ท่านสามารถเรียนรู้ได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นทางลัดสู่เส้นทางความสำเร็จของชีวิต เงื่อนไขสุดท้าย ของความสำเร็จก็คือ จงลงมือทำเรื่องนี้ทันทีนับจากวันนีี้เป็นต้นไป ความยิ่งใหญ่จะเป็นของท่าน บอกแล้วไงครับว่า ความพ่ายแพ้ัช้วครั้งชั้วคราวก็คือบทเรียน จงเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ เพื่อความก้าวหน้าและความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า

33.ทุกๆ วัน ฉันดีขึ้น

ทุกๆ วัน ฉันดีขึ้น

      ผู้ที่จะร่ำรวยได้ต้องเป็นผู้ที่ปรารถนาความร่ำรวย กระหายที่อยากได้เงินทองของกำนัล มองหาหนทางร่ำรวยและดำเนินตามหนทางนั้นด้วยมุมานะ อกทน โดยไม่รู้จักคำว่า "ล้มเหลว" และจะบอกกับตนเองเสมอว่าในทุกๆ วันฉันดีขึ้น ในทุกๆวัน ฉนก้าวหน้าขึ้น
      ฉันสามารถ...
      ฉันจะ...
      ฉันเป็น...
      มีสูตรสำเร็จที่มันง่ายและใช้ได้ผลดีเสียด้วย ซึ่งมันจะช่วยเปลี่ยนจิตใจของท่านให้สร้างสรรค์ เพื่อให้ความฝันหรือความหวังของท่านเป็นไปได้อย่างธรรมชาติที่สุด
      ขั้นแรก ตลอดสัปดาห์แรกจงกล่าวกับตนนเองให้บ่อยมากที่สุดและคิดอยู่เสมอว่า "ฉันสามารถเป็นผู้สำเร็จได้" แม้ว่าในตอนแรกท่านจะไม่เชื่อถือนักก็ตาม แต่ในไม่ช้าท่านก็จะเริ่มปลื้มใจในความคิดที่ว่าความสำเร็จอาจเป็นของท่าน
      ขั้นที่สอง ตลอดสัปดาห์ต่อไปหรือมากกว่า ทุกครั้งที่คิดถึงความสำเร็จให้พูดย้ำกับตนเองว่า "ฉันจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ โดยกล่าวซ้ำกับตนเองหลายๆ ครั้งนับตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งเข้านอน คว่มเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงจะเริ่มต้นบังเกิดขึ้นภายในจิตใจของท่าน แม้หากท่านปรารถนาที่จะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ท่านจะเริ่มต้นเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับธุรกิจนั้น ถ้าท่านไมมีเงินพอก็ไม่เป็นไร จิตสร้างสรรค์ของท่านจะชี้นำท่านไปสู่หนทางและวิธีการที่จะได้ความสำเร็จนั้นมา
      6 ขั้นตอนในการแปรเปลี่ยนความสำเร็จให้เป็นทอง
      นโปเลียน ฮิลลล์ ได้เสนอแนะขั้นตอนในการแปรเปลี่ยนความปรารถนาให้เป็นทอง 6 ขั้นตอน ซึ่งได้สอนวิธีการแปรสภาพความปรารถนาที่จะร่ำรวยให้เป็นความร่ำรวยอย่างมีขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้
      1.กำหนดตัวเลขจำนวนเงินที่แน่นอนที่ท่านอยากได้
      2.ตัดสินใจให้แน่วแน่ว่า ท่านจะต้องทำอะไรเพื่อให้ได้เงินมาเป็นการแลกเปลี่ยน
      3.กำหนดวันที่แน่นอนที่ท่านปรารถาที่จะได้เงินจำนวนนั้น
      4.วางโครงการที่แน่นอนแลัวเริ่มดำเนินตามโครงการนั้นทันทีเพื่อการบรรลุเป้าหมายของท่าน
      5.เขียนข้อความย่อๆ ต่อไปนี้ลงบนกระดาษ จำนวนเงินที่ท่านปรารถนา วันเวลาที่ท่านจะได้เงินจำนวนนั้น สิ่งตอบแทนสำหรับเงินจำนวนนั้น และโครงการที่จะดำเนินการเพื่อให้ได้เงินจำนวนนั้นมา
      6.อ่านข้อความที่ท่านเขียนไว้ดังๆ ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนเข้านอน ระหว่างที่ท่านอ่านให้เห็น ให้รู้สึก และให้เชื่อว่า ท่านได้เงินจำนวนนั้นมาแล้ว
      แม้ว่าในขณะนี้ท่านรู้สึกว่ายังฝึกหัดทางจิตใจไม่สำเร็จ ท่านต้องบอกกับตัวเองว่า "ฉันคือความสำเร็จ" "ทุกวันนี้ฉันดีขึ้น ดีขึ้นในทุกทาง" ทำอย่างนี้ซ้ำกันหลายๆ ครั้ง นับตั้งแต่ตื่นนอนในตอนเช้าตรู่ไปจนกระทั่งเข้านอนในตอนกลางคืน
      ถ้าหากท่านมีจิตสำนึกของความสำเร็จ และรู้ดีว่าท่านสามารถประสบความสำเร็จท่านก็จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จได้ นั่นหมายถึงฝันของท่านจะเป็นจริง อย่าลืมนะครับว่า ในทุกๆ วันฉันดีขึ้น ในทุกๆ วันก้าวหน้าขึ้น และในทุกๆ วันฉันล้ำหน้าไปตามเส้นทางของฉัน

     

32.อุทิศตัว

อุทิศตัว

      มีเงื่อนไขเดียวของความสำเร็จก็คือ ท่านต้องอุทิศตัวเอง ท่านต้องเสียสละตัวเอง เสียสละให้กับหน้าที่และการงาน ท่านทราบไหมครับว่าการเสียสละเวลาแห่งความสะดวกสบายส่วนตัว โดยยการใช้เวลาทำงานพบลูกค้า และประกอบธุรกิจ ในขณะที่คนอ่นใช้เวลาอย่างสุรุ่ยสุร่ายกับการกิน การเสพ การบันเทิง โดยไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งท่านจะต้อง
      -ยอมเป็นสะพานให้ลูกค้าได้พบกับสินค้าและบริการของเราโดยการปฏิบัติตนในฐานะของผู้ให้ "ไปให้ ไม่ใช่ไปขอ"
      -ยอมเสียสละหรือลงทุนด้านเวลา แรงกาย หรือเงินทุน ประการใดประการหนึ่ง ท่านเชื่อเถอะครับ ไม่ว่างานอะไรๆ ก็ต้องอุทิศตน ไม่ว่าแรงงาน หรือเงินทุนก็ตาม
      -ยอมเป็นบุคคลพิเศษ ยอมเป็นคนที่มีคุณค่าที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร
      -ไม่ลังเลใจที่จะตัดสินร่วมธุรกิจอย่างมืออาชีพหรืออย่างเต็มเวลาและเต็มกำลัง "การที่ไม่ตัดสินใจก็คือ การติดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง"
      -ท่านจะต้องยอมผิดหวังชั้วคราว เพื่อความสมหวังในวันหน้า
      จงอุทิศด้วยการลงมือทำ อย่าคอยให้ส้มหล่นหรือบุญหล่นทับไม่มีใครประสบความสำเร็จด้วยการอยู่นิ่งเฉย โดยไม่ต้องทำงาน
      จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการลงมือทำ ไม่จำเป็นต้องคอยให้สถานการณ์เรียบร้อย เพราะท่านจะไม่ได้ลงมือทำเป็นเช่นนั้น
      จงเลิกวิตกกังวลถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ จงลืมเสียเถอะแล้วตั้งต้นใหม่การอุทิศตัวที่ดีท่านควรที่จะมีคุณสมบัติ 3 ประการ ก็คือ
      -การเป็นนักบุกเบิก
      -การมีจิตใจเป็นนักบุญ และ
      -พร้อมที่จะเป็นอาสาสมัครให้กับตนเอง
      คุณโกมล คีมทอง นักต่อสู้ชีวิตคนหนึ่งของเมืองไทยได้กล่าวไว้ว่า "การที่เราไม่รู้เลยว่าเราไฝ่หาอะไรอยู่ อะไรเล่าที่ควรจะได้ หากยังตอบไม่ได้ การดำลงชีวิตอยู่นี้ก็เปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิง" ดังนั้นการอุทิศตนของท่านท่าจะต้องทำงานอย่างมีเป้าหมายภายไต้แผนการที่ดีรองรับอยู่เสมอ แต่สำหรับบางคนเอาแต่พูดแต่ไม่ทำ ซ่ำร้ายหนักไปกว่านั้นก็คือ พูดได้แต่ทำไม่ได้ มีแต่ท่าดีทีเหลว ซึ่งในพระอภิธรรมได้กล่าวไว้ว่าบุุคคลเปรียบด้วยเมฆฝน 4 อย่างคือ
      บุคคลเปรียบเสมือนฟ้าร้องฝนไม่ตก คือ บุคคลบางคนเป็นผู้พูดแต่ไม่ทำ
      บุคคลเปรียบเสมือนฝนตกฟ้าไม่ร้อง คือบุคคลบางคนเป็นคนทำแต่ไม่พูด
      บุคคลเปรียบเหมือนฟ้าร้องฝนตก คือ บุคคลบางคลเป็นผู้พูดด้วยทำด้วย
      บุคคลเปรียบเหมือนฟ้าไม่ร้องฝนไม่ตก คือ บุคคลบางคนเป็นคนไม่พูดไม่ทำ
      ท่านเห็นด้วยใช่ใหมครับว่าบุคคลที่ทำงานอย่างอุทิศตัวและพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จจะเปรียบบุคคลนั้นเหมือนฟ้าร้องฝนตก นั่นก็คือเป็นผู้พูดด้วยและทำด้วย
      ซึ่งขอฝาก 10 ก้าวเพื่อก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จเมื่อท่านได้ทำงานอย่างอุทิศตัวคือ
      1.ต้องรู้ว่าท่านมีพลัง กำลัง และเรี่ยวแรงแค่ไหน
      2.มีความเช่อมั่นในตนเองเสมอ
      3.ท่านต้องไม่ไช่คนที่ทำอะไรแล้วเบื่อง่าย หรือทื้งกลางคัน
      4.เงินที่หามาได้ ทำได้ ถือเป็นเพียงไม้วัดความสำเร็จอาจจะไม่ไช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิตก็ได้
      5.จงมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา
      6.สามารถตั้งเป้าหมายชชีวิตที่ท้าทาย แต่อยู่ในวิสัยที่จะปฏิบัติได้หากออกแรงหน่อย
      7.ต้องเป็นคนกล้าเสี่ยง หลังจากคาดคะเนผลได้ผลเสียแล้ว ไม่ไช่่หลับหูหลับตาเสี่ยงแบบนักพนัน
      8.ถือเอาความผิดพลาดเป็นครู
      9.พร้อมที่จะยอมรับคำติชมได้เป็นอย่างดี
      10.มีความคิดริเรื่มที่จะกล้ารับผิดชอบ
      ข้อสำคัญท่านต้องคิดฝันและอุทิศตนดังกลอนแปดที่กล่าวว่า
            ⚫ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง
                คงชวดดวงบุปผชาติสะอาดหอม
                ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินตอม
                จึงได้ออมอบกลิ่นสุมาลี⚫
      ความสำเร็จอย่ารอให้บุญหล่นทับ ความสำเร็จอย่ารอให้ราชรถมาเกย ความสำเร็จทั้งหลายย่อมเกิดจากเหตุ ผลจึงตามมา เหมือนดังคำกลอนที่กล่าวไว้ว่า
            ⚫อยากถูกหวยรวยสตางค์ยังไม่ซื้อ
      อยากมีชื่อนักประพันะ์ยังไม่เขียน
      อยากเป็นยอดนักขายยังไม่เพียร
      จวบจนผมเปลี่ยนเป็นขาวเจ้าเหมือนเดิม⚫

31.ทำอย่างไร...เมื่อท่านสับสน

ทำอย่างไร...เมื่อท่านสับสน

      ศิลปะในการดำรงชีวิตคือ  การมีจิตใจอันเสรี  ทำลายกำแพงแห่งความมีอัคติ  ความหวาดกลัว  ค  วามเกลียดชัง  และการทำลาลล้าง  จงอย่าระแวงว่าผู้อื่นจะไม่เข้าใจตน  แต่จงพึงระวังความสับสนของตนเองเสมอ
      แช็งแต็ก  ซูเมรี่  กล่าวว่า  "มีเพียงสิ่งที่เราไม่รู้เท่านั้นที่ทำให้คนเราหวาดกลัว  แต่ทว่าเมื่อใดคน...กล้าเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้  ความหวาดกลัวมันก็จะเป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้ " 
      แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่บางครั้งหรือบ่อยครั้งท่านรู้สึกสับสนในชีวิตของท่าน  บางครั้งเหมือนกับชีวิตตกหลุมพราง  อ้างว้างโดดเดี่ยวหรือสับสนต่อไปนี้ขอเสนอแนะวิธีการจัดการกับความสับสนอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการจัดการกับความสับสนที่มีประสิทธภาพ
      1.   จงคิด  จงคิดอย่าสร้างสรรค์ด้วยจิตใจที่ปลอดโปร่งสบายๆ
ซึ่งมันจะทำให้ท่านพบกับคำตอบที่แปลกใหม่ได้
      2.   จงพููด  เพราะได้พูดออกมา  คนอื่นจะช่วยเราได้  ถ้าเราได้พูด
      3.   จงขอความกระจ่าง  จากเพื่อน  หัวหน้า  ลูกน้อง  ลูกค้า  ที่ปรึกษา  นักวิชาการ ฯลฯ อย่ากลัวคนอื่นจะหาว่าเราโง่
      4.   จงเขียน  หาทางเขียนทางแก้ไขปัญหาหรือทางออก  โดยการเปรียบเทียบและเลือกทางที่ดีที่สุด
     5.  จงปรึกษาผู้รู้เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม  โดยการสอบถาม สัมภาษณ์ และฟังผู้อื่น ฯ
      6.  จงใช้เครื่องมือบางอย่างช่วย  เพื่อให้มีความแน่นอนไม่ว่าจะเป็นคน  อุปกรณ์ เงินหรือเครื่องจักร ฯลฯ
      7.  จงตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ  เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตัดสินใจหรือคิดในเรื่องเล็กๆ
      8.  จงยอมรับควาไม่แน่นอน  เพราะเป็นสัจธรรมของโลกและชีวิตที่ประกอบไปด้วย  เกิดขึ้น  ตั้งอยู่  และดับไปเป็นธรรมดา
      องค์ประกอบที่ำคัญในการเสริมสร้างประสบการณ์ในการทำงานคือ  การเตรียมข้อมูลเบื้องต้นให้ครบ  เช่น  ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลธุรกิจ  ข้อมูลคู่แข่ง  ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ  ด้วยการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ของเราที่ได้สะสมมาและการจัดระเบียบของตัวเราเอง  หลังจากนั้นก็ปฏิบัติตามมผลของการวิเคราะห์หรือามแผนการที่วาวไว้  แต่เมื่อท่านประสบความสำเร็จ  จงอย่าดีใจจนเกินตัว  ควรเก็บรักษาความดีนั้นเอาไว้  หากพลาดจงเรียนรู้จากความผิดพลาด  และอย่าปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำสอง
      ชีวิตคนเราทุกวันนี้
      อะไรๆ  ก็ดูซับซ้อนขึ้น
      บางครั้ง ความรัก  ความปราถนาดี
      หรือความตั้งใจจริงที่เราให้กับหน้าที่การงาน
      หรือมีให้กับผู้คนรอบข้าง  ต้องกลับกลายเป็น
      ความผูกพันที่มากด้วยภาระ
      " ชิวิตมันไม่ง่ายเหมือนกับแต่ก่อน"
      หลายๆ ครั้งเรารู้สึกเหน็ดเหนื่อย
      เพราะความตั้งใจหรือความปราถนาดีของเราเอง
      คำถามที่เกิดขึ้นในใจเราก็คือว่า
      " แล้วจะทำอย่างไรล่ะ"
      ถ้าหากจะให้ท่านใช้แนวคิดในการครองชีวิตแบบลัทธิเซน
      ก็จะต้องบอกว่า
      "ปล่อยวางเสียบ้าง  ก็จะดี "
     การปลดปล่อยหรือปล่อยวางชีวิตก็เพื่อจะได้หยุดพัก  หยุดคิด หยุดทำ  หันกลับมาทบทวนสิ่งที่เราได้กระทำลงไป  และเพื่อไม่ให้ท่านสับสนผู้เขียนขอฝากกฎทองในการดำเนินชีวิตกับท่าน  เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตดังนี้
      กฎทองในกรดำเนินชีวิต
      1. ถ้าท่านเป็นผู้เปิด  ก็จงปิดด้วย
      2. ถ้าท่านทำของเสียจงยอมรับ
      3. ถ้าท่านทำไม่ได้  จงขอร้องสรรหาคนที่ทำเป็นมาช่วยท่าน
      4. ถ้าท่านยืมอะไรไป  จงคืนเขา
      5. ถ้าท่านเห็นคุณค่าของมัน  จงรักษามันให้ดี
      6. ถ้าท่านทำยุ่ง จงเก็บให้เรียบร้อบ
      7. ถ้าท่านเลื่อนออก จงเก็บเข้าที่
      8. ถ้าไม่ใช่ธุระของเรา อย่าไปซักถามให้วุ่นวาย
      9. ถ้าคำพูดของท่านทำให้คนอื่นสดใส  จงพูดดังๆ
      10. ถ้าสิ่งใดทำไห้คนอื่นเสียชื่อ จงเก็บไว้คนเดียว
      11. ถ้าไม่สามารถสนองความต้องการของคนอื่น  จงทำความ         เข้าใจ
      12. ถ้าไม่แน่ใจว่าถูก อย่าพึ่งพูด
      13. ถ้าใครพูดให้ร้ายคนอื่นกับท่าน  จงบอกขอโทษและเดินจากไป
      14. ถ้าใครก้าวร้าวกับท่าน  จงแผ่เมตตาให้เขา
      15. ถ้าท่านคิดว่าทำดีแล้ว  แต่ยังไม่ได้ดี  จงวิเคราะห์และสำรวจตัวเอง
       มีผู้กล่าวไว้ว่า อย่าระแวงผู้อื่นจะไม่เข้าใจท่าน แต่พรึงระวังความสับสนของตัวท่านเอง...
          ศิลปะแห่งชีวิต
      คือการมีจิตใจอันเสรี
      ทำลายกำแพงแห่งอัคติ  ความหวาดกลัว
      ความเกลียดชัง  และ  การทำลายล้าง
      สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะฝากไว้ก็คือ  การส่งความปราถนาดี  ให้กับผู้อื่น  หรือแผ่เมตตา  ถ้าหากบุคคลรอบข้างรังควาน  รังแก  หรือแม้แต่การคิดไม่วางใจกัน  มีทัศนคติดที่ไม่ดีหรือไม่ตรงต่อกัน  อกแล้วไงครัลว่า "ปล่อยวางเสียบ้างก็จดี"  หรื่อใช้คำพูดที่ว่า  "ช่างมัน"  บางครั้งเรามัวแต่คอยจับผิดคนอื่น  แทนที่จะจับถูกหรือมองหาข้อดี แทนี่จะมีแต่ข้อติของเขาซึ่งอาจจะทำให้เราเป็นทุกข์หรือร้อนได้  ท้ายสุดอยากจะขอฝากคำกลอนของท่านพุทธทาสในเรื่องการมองคนแต่แง่ดีเถิด  เพื่อเก็บไว้เป็นคติสอนใจในการทำงานดังนี้
           "เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
      จงเลือกเอาส่วนดีที่มีอยู่
      เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู
      ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเรย
      จะมองคนมีดีอยู่ส่วนเดียว
      อย่ามัวเที่ยวค้นหา  สหายเอ๋ย
      เหมือนมองหาหนวดเต่า  ตายเปล่าเรย
      ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง" 
 
        

30.ขจัดความท้อชะลอความเบื่อ

ขจัดความท้อชะลอความเบื่อ

      ปัญหาสำคญอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ท้อ เมื่อท่านต่อสู้กับอุปสรรคหรือการทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อมุ่งสู่ถนนแห่งความสำเร็จในอนาคต ถ้าหากท่านทำงานคนเดียว ก็เปรียบเสมือนการเดินทางที่ขาดเพื่อนร่วมทาง สิ่งที่จะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเมื่อท่านลุยงานอยู่คนเดียวสิ่งนั้นก็คือ ขวญหรือกำลังใจที่ดี แต่ถ้าหากท่านเป็นผู้นำหรือเป็นผู้บริหารทีมงานแล้ว นอกจากสิ่งที่จะต้องชาร์ตไฟให้คนในทีมงานของท่านทำงานอย่างกระตือรือร้นและมีประสิทธิภาพแล้ว ท่านเองยังจะต้องรู้จักวิธีที่จะชาร์ตไฟให้กับตนเองด้วย รู้จักวิธีสร้างกำลังใจและขับไล่อาการท้อแท้หมดแรงหรือสิ้นหวังให้หมดไปให้ได้เพราะ "ผู้ตาม" จะถือแบบอย่างและแนวทางปฏิยบัติตาม โดยเอาอย่างจาก "ผู้นำ" ในทีมของตนคือ ถ้าผู้ตามมีผู้นำที่เฉื่อยชาไม่กระตือรือร้น ลูกน้องของตนหรือผู้ตามก็จะเป็นคนที่เฉื่อยชาและไม่กระตือรือร้นตามไปด้วย ซึ่งไม่ผิดอะไรกับการเดินทางของแม่ปูกับลูกปู ในเมื่อแม่ปูยังเดินไม่ตรงเส้นทางแล้วจะสอนให้ลูกปูเดินเป็นเส้นตรงหรือเป็นตัวอย่างได้อย่างไร
      ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำซึ่งเป็นทั้งแนวคิดและวิธีปฏิบัติเพื่อขับไล่ความท้อแท้ ความวิตกกังวล และความเบื่อหน่ายออกไปจากจิตใจของท่านเพื่อให้ท่านสกัดจุดบอดมุ่งสู่ความเป็นยอดของความสำเร็จ โดยมีพลังกายและกำลังใจ ดังนี
      1.ทำชีวิตให้มีเป้าหมาย เมื่อท่านเกิดความรู้สึกท้อแท้ ขอให้ตบคำถามให้ได้ว่า ทำไมจึงมาทำอาชีพการขายหือธุรกิจที่ท่านปรารถนาอะไรคือเป้าหมายเดิมตั้งแต่แรกเริ่ม ธุรกิจของท่านดีอย่างไร การเป็นผู้บริหารงานดีอย่างไร ขอให้เราย้อนมองไปที่อดีตที่ได้บุกบั่นมาจนได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เพื่อให้เกดความภาคภูมิใจในผลงงานและความสำเร็จในอดีต และให้ใช้ผลงานและความสำเร็จดังกง่าวเป็นแรงเสริมพลังผลักดันให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อตนเอง ต่ออาชีพ ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อผู้อยู่ไต้บังคับบัญชา
      ความผิดพลาดที่ผ่านมาของเราเองและผู้อื่นที่ส่งผลระทบต่อการทำงานของเราให้ถือเอาความผิดพลาดเป็นบทเรียน ให้ถือความผิดพลาดเป็นครูของเรา และพยายามอย่าให้เกิดความผิดพลาดดังที่เคยเกิดขึ้นกับมาเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองหรือสาม เช่น บางทีท่านท้อแท้เบื่อหน่ายต่ออาชีพ เพราะเคยใจอ่อนกับลูกน้องหรือลูกค้าของตนในการทำธุุรกิจ จนดูว่าไม่คุ็มค่ากับเงินทองและเวลาที่ได้อุทิศลงไป หรือจนหมดเนื้อหมดตัวเป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่าให้เกิดขึ้นกับตัวท่านอีก
      2.อย่าทำให้จิตตกภวังค์ เป็นอาการของความวิตกกังวลหรือความว่าจากภารกิจ ซึ่งเกิดจากการที่เราคิดในแง่ลบ เกิดจากความผิดหวังชั้วคราว หรือความกลัวต่างๆ หรือบางครั้งก็เป็นความวิตกกังวลใจในเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาตลอดวันของการทำงาน หรือเหนื่อยกับงานมาตลอดเมื่องานที่ท่านทำแล้วอยู่ในระหว่าการรอคอย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการซึมเซา และเบื่อหน่ายที่มักจะเป็นในตอนตื่นนอนในตอนเช้าๆ หากเป็นเช่นนี้ ให้รีบลุกจากที่นอน สลัดความคิดเหล่านั้นออกไปเสียแล้วรีบหาอะไรทำสักอย่างจะเป็นงานอะไรก็ได้ที่ทำแล้วให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน ในห้องพักหรือที่พักของตน และเปลี่ยนแง่มุมของความคิดใหม่อีกด้าน จงคิดไว้เสมอว่า
            ความสามารถนั้นเป็นทรัพยากรของชีวิต
            งานขายก็เป็นงานที่ให้อนาคต
            งานขายคือทางลัดของชีวิต
      ซึ่งท่านในฐานะผู้ปรารถนาความสำเร็จจะต้องเพียรพยายามต่อไปโดยการปรับปรุงความคิดใหม่ และมองโลกในแง่บวกเสมอ
      3.รักษาสุขภาพของตนให้แข็งแรง โดยการพักผ่อนให้เพียงพอจะทำให้ไม่หงุดหงิดง่าย ไม่มีภาวะกดดัน หรือความเครียด และมีอารมณ์ที่ปรกติ สมองสามารถตั้งรับสภาวะการทำงานที่หนักหน่วงได้ ถ้าได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนการปฏิบัติงาน นอกจากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ซึ่งจะช่วยทำให้ไม่เป็นคนท้อแท้ง่าย แล้วยังจะต้องรู้จักทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วย
      การออกกำลังกายและงดเว้นซึ่งอบายมุขก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้ท่านอดทนเ้มแข็งต่อแรงเสียดทานต่างๆ ทางจิตใจคือ เมื่อคนเรามีร่างกายที่แข็งแรง จิตใจก็จะเข้มแข็งสมบูรณ์ตามไปด้วย
      4.ต้องเขาใจธรรมชาติของชีวิต นั่นคือการเข้าใจธรรมมะ รู้จักธรรมมะ รู้และเข้าใจสภาพความจริงงคือ การเข้าใจในโลกธรรมแปดที่ว่า
            เมื่อมีลาภ ก็มี เสื่อมลาภ
            เมื่อมียศ ก็มี เสื่อมยศ
            เมื่อมีสรรเสริญ ก็มี การนินทา
            เมื่อมีความสุข ก็มี ความสุข
      สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นธรรมดาคู่กันเสมอ เหมือนกับเมื่อมีการแพ้ก็ย่อมมีการชนะ เมื่อมีความล้มเหลวก็ย่อมมีความสำเร็จ เมื่อมีขึ้นก็ย่อมมีลงเป็นธรรมดา การเข้าใจธรรมชาติและการเป็นไปของโลกที่เป็นสัจธรรมจะทำให้เราไม่หวั่นไหว ทำให้เราเข้มแข็ง และอดทนพร้อมที่จะรอคอยวันแห่งความสำเร็จ ซึ่งก็เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า เมื่อมีมืด ก็ย่อมมีสว่าง เมื่อมีโรคก็มียาแก้ เมื่อมีร้อนก็ย่อมมีเย็นแก้ และเมื่อมีความล้มเหลวก็จะต้องมีวันแห่งความสำเร็จโดยเราจะต้องเป็นผู้พิชิตความสำเร็จให้ได้
      เมื่อยอดขายพุ่งสูงขึ้น จงทำใจให้ได้ว่าสักวันหนึ่งก็คงจะมีวันลงหรือต่ำลงไป จงทำงานให้เต็มที่เพื่อพยายามรักษาผลงานและยอดขายให้สูงเด่นเสมอ จงดีใจต่อความสำเร็จในทีมงานของตนเองและให้รางวัลแก่ตนเองด้วย ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวคุยโม้โอ้อวด หรือเบ่งทับคนอื่น
      เมื่อยอดขายคราวใดตกต่ำลง ไม่น่าพอใจหรือถูกทีมอื่นๆ แซงก็ไม่ต้องเสียใจ ขอให้ทำใจให้หนักแน่นและบอกกับตนเองว่า สักวันเราก็จะมีโอกาศขึ้นสูงอีกบ้าง อย่าท้อแท้ ให้วางแผนทำอย่างเต็มที่ใหม่อีกครั้ง
      5.ฝึกเป็นคนหนักแน่น การเป็นคนหนักแน่นก็คือ การไม่เป็นคนหูเบา เจ้าอารมณ์ ข่มลูกน้อง จองเวร และเห็นแก่ตัว ในการทำงานหรือบริหารทีมงานของท่าน จงถือคติไว้เสมอว่า ถ้าท่านหนักใจ ขอให้หนักแน่น ไว้เสมอ การเป็นคนหนักแน่นนั้นเราสามารถฝึกได้โดย
      1.เดินหรือก้วด้วยความมั่นคงเต็มฝีก้าว ตัวตรง และเดินอย่างกระตือรือร้น
      2.รู้จักอดทน อดกลั้น รู้จักเก็บและรักษาอารมณ์ของตนเง
      3.ยืนหรือนั้งตัวตรง ไม่เป็นคนหลุกหลิก
      4.ไม่โกรษ ไม่เป็นคนอิจฉาริษยาไคร
      5.ถือคติที่ว่า แพ้เป็นนพระชนะเป็นมาร คือ การสามารถเอาชนะจิตใจของตนเองได้
      6.แข่งดีไม่ไช่ดัง การทำงานเอาหน้าหรือการต่อว่าลับหลังผู้อื่น ไม่ไช่ลักษณะผู้นำ หรือผู้บริหารมืออาชีพทีมีอนาคตสดใส จงอย่าทำตัวเด่นกว่าผู้อื่น และอย่าทะนงหรือหลงตัวเองว่า ดีกว่า เก่งกว่า แน่กว่า คือคิดไปว่า ฉันดี ฉันแน่ ส่วนคนอื่นไม่ได้เรื่องได้ราว ไม่เข้าท่า ซึ่งความคิดการกระทำ และการแสดงออกในลักษณะนี้ก็จะทำให้ท่านขาดมิตรภาพที่ยืนยาวและจริงใจจากผู้อื่น ถ้าท่านชอบทำตัวเด่นกว่าคนอื่นความเดือดร้อนจิตใจย่อมจะมีในอนาคตเสมอ โบราณยังสอนว่าจงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย เพราะไม่มีใคร เขาอยากเห็นเราเด่นเกิน พระราชวินยาภรณ์ดาราภิรมย์ จ.เชียงใหม่ ท่านได้ฝากข้อเขียนที่น่าคิดไว้ว่า
            "ถ้าอยากเป็นคนดัง อย่าหวังความสงบ
            ถ้าทำตัวแข่งกับสังคม ความพินาศล่มจมจะตามมา
            ถ้าทำงานเห็นแก่หน้า จะพบปัญหาเรื่อยไป
            ถ้าทำงานเห็นแก่ได้ อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง
            ถ้ากล้าจนเกินงาม จะพบกับความเดือดร้อน
      7.ซ่อนทุกข์ไว้ในใจ ถึงแม้บางครั้ง บางขณะ หรือบางอารมณ์ ท่านเกิดความรู้สึก หดหู่ หงุดหงิด หรืออารมณ์ไม่ดี สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะแสดงออกมาทางสีหน้า หรือท่าทางได้
      ฉะนั้นทางที่ดีเมืาอท่านต้องรับบทเป็นผู้บริหารทีมงานในิงกรค์แล้ว ท่านจะต้องเอาความขมขื่นทิ้งออกไปให้ได้โดยบอกกับใจตัวเองว่า จงลืมความทุกข์ ความสิ้นหวัง ความท้อแท้ และความผิดหวังไว้ชั้วขณะเรื่องทุกข์ร้อนอ่อนใจ เรื่องเก่าหรือเรื่องเศร้าที่ค้างมาจากบ้าน หรือความหงุดหงิดระหวางเดินทางก็ตามให้ถอดทิ้งไว้ที่หน้าบริษัทคือ อย่านำเอาเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่บ้านมาปะปนกับเรื่องงาน การที่ท่านซ่อนทุกไว้ในใจแสร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้านหรือไม่ท้อแท้เท่ากับว่า เราได้ฝึกการเป็นผู้ไม่รู้จักท้อแล้ว
      8.หากัลยาณมิตร สิ่งที่จะเป็นเครื่องช่วยบำบัดชโลมจิตใจให้มีคววาม มุ่งหวัง มีเป้าหมาย มีแผนการดำเนินชีวิตและแผนการทำงานที่ดีได้ก็คือการมีเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ หรือคำตักเตือน การมีตัวอย่างที่ดีๆ จากเพื่อนของเรา การได้รู้ได้เห็น หรือได้อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบๆตัวที่ดี สิ่งต่างๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่ได้กล่าวมาก็คือ การที่ได้คบหา กัลยาณมิตรไว้จะทำให้เราได้มีแบบอย่าง หรือแบบแผนในการทำงานนั่นเอง
      การคบเพื่อนที่ดีจะช่วยชี้แจงและแนะนำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่เรา ในยามที่เราเผชิญกับอุปสรรค หรือปัญหาในการทำงานเพื่อนก็อาจจะช่วยเป็นผู้ชี้ทางสว่างให้แก่เราได้เช่นกัน
      นอกจากการคบเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรแล้ว การมีหนังสือที่ดีในการรับรู้ หรือเรียนรู้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์เช่นกัน เช่น การหาหนังสือที่ดีๆอ่าน การฟังวิทยุ หรือดูทีวีใรรายการดีๆ ที่เป็นประโยชน์หรือสาระซึ่งจะช่วยให้เรามีโลกทัศน์ที่กว้างออกไป มีมุมมองของการทำงานและการดำเนินชีวิตที่กว้างออกไป ซึ่งจะทำให้ความคิดของเราไม่จมปรักหรือท้อถอยได้
      9.หลีกลี้หนีสิ่งที่เป็นปัญหา ปัญหาบางอย่างผ่านไปได้โดยอาศัยระยะเวลา ซึ่งบางครั้งเราอาจจะไม่ต้องทำอะไรกับปัญหาเหล่านั้นเลย เช่น ปัญหาความเข้าใจผิด ปัญหาทางอารมณ์ของผู้ร่วมงาน ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่จำเป็นเลยที่เราๆ ท่านๆ จะต้องมาเสียเวลาทะเลาะกับปัญหาที่ไม่มีประโยชน์ต่อตัวเรา
      บางครั้งปัญหาเกิดจากความไม่ถูกชะตากัน ความไม่ลงรอยกันวิธีที่จะจัดการกับปัญหานี้คือ หลีกเลี่ยงที่จะพบกับผู้ที่จะทำให้เราขุ่นมัวหรือหงุดหงิดรำคาญใจ
      10.ตั้งป้อมสู้ การตั้งป้อมสู้กับปัญหา โดยที่เราไม่ท้อถอยและพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาจะช่วยให้เราพลิกจากเบี้ยล่างขึ้นเป็นเบี้ยบนได้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากนักขาย หรือเกิดจากการบริหารงานขายในการทำงานภาคสนาม เราจำเป็นที่จะต้องลงมือจัดการและแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้ ทั้งนี้เพื่อผลงานและความสำเร็จซึ่งเป็นอนาคตของทีมขาย การตั้งป้อมสู้นั้น จงคิดไว้เสมอว่า
      ปัญหานั้น  ทำให้เรา เข้มแข็ง
      เวลา  ทำให้เรา เชี่ยวชาญ
      สถานการณ์  ทำให้เรา รู้จักแก้ไข
      การตัดสินใจ  ทำไห้เรา รู้ว่าถูกหรือผิด
      ความคิด  ทำให้เรา เลิศทางปัญญา
      ขอฝากปัญหาที่ว่าทำไมบุคคลหลายท่านไม่ประสบความสำเร็จ 10 ประการเพื่อเป็นการบ้านให้ท่านตั้งป้อมสู้กับการแก้ไขปัญหาดังนี้
      ทำไมหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ
      1.ขาดความมั่นใจ
      2.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้
      3.ไม่ยอมพัฒนาตนเอง(คิดว่าตนเองรู้หมดแล้ว)
      4.มีข้ออ้างตลอดเวลา
      5.ไม่มีเป้าหมาย
      6.ไม่ยอมออกพบลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังรายใหม่
      7.ไม่ยอมรับหรือมองคนที่ประสบความสำเร็จ
      8.ชอบบ่น "ทำไมไม่ใช้วิธีนี้"
      9.ไม่เต็มใจทำงาน เอาแต่ความสนุกหรือเพลิดเพลิน
      10.ไม่ยอมช่วยตนเอง
       การที่ได้ฝากแนวคิดและวิธีปฏิบัติเพื่อขับไล่ความมท้อแท้และเบื่อหน่ายนั้น  เพราะความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงนั้นย่อมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของตัวท่านเองคือขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพและนิสัยส่วนตัวของท่าน  ก็คือ  ตัวท่านเองว่ามีนิสัยที่ชอบเอาชนะ  กล้าที่จะต่อสู้หรือไม่  ท่านมีเป้าหมายเป็นขั้นเป็นตอนหรือไม่
      เมื่อท่านเริ่่มทำการสิ่งใดก็ตาม  เมื่อเริ่มต้นแล้วเกิดความรู้สึกว่าเสียเปรียบก็อย่าท้อถอย  จงคิดไว้เสมอว่า  "เสือเจ็บนั้นจะไม่ร้อง"  เมื่อท่านพบกับปัญหาก็อย่าเอะอะเอ็ดตะโรหรือโวยวายคำว่า  "ไม่ได้-ไม่มี"  ไม่มี-ไม่มี" นั้นได้โปรดยึดถือไว้เป็นอาวุธคู่ใจในการบริหารงานเสมอ
      ขอฝากคติพจน์เพื่อการดำเนินชีวิตของท่านกว๋อฉาง  ที่ได้กล่าวถึงสาเหตุแห่งความล้มเหลว 24 ประการดังนี้
      สาเหตุแห่งความล้มเหลว  24 ประการคือ
ไม่เข้าใจผู้อื่น           ไม่ประมาณตน      ไม่เดียงสาต่องาน
มิสำนึกผิดพลาด      โลภโมโทสัน         เย่อหยิ่งยะโส
ก่อหนี้สินล้นพ้น        คบค้าเสเพล          เกียจคร้านต่องาน
ทำตัวหัวไม้              ไร้สัจธรรม              ใจคอคับแคบ 
คบคนไม่เลือก          คิดคดล่อลวง        สุรุ่ยสร่าย
ไร้อุดมการณ์            หลงการพนัน         หุนหันพลันแล่น
จิตใจโลเล                อิจฉาริษยา           นอกรีด  ดื้อรั้น

      

29.สร้างนิสัยทำงานหนักและสม่ำเสมอ

สร้างนิสัยทำงานหนักและสม่ำเสมอ

      การมีนิสัยในการทำงานหนักและสม่ำเสมอเป็นถนนนำไปสู่ความสำเร็จ บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะมีลักษณะสำคัญหลายประการตามที่ได้กล่าวมาแล้วคือ มีความมั่นใจในตนเองสูง ไม่ประมาทต่อชีวิต มีระเบียบวินัยในการบังคับตนเองสูงกว่าคนธรรมดา ต่อไปนี้ขอเสนอแนะวิธีการสร้างนิสัยในการทำงานหนักและสม่ำเสมอโดยการกระตุ้นตัวท่านเองได้ ดังนี้
      1.จดรายการที่ท่านจำเป็นจะต้องทำไว้เป็นข้อๆ ในแต่ละวันและข้อใดที่ทำสไเร็จแล้วให้ฆ่าออก
      2.สิ่งจำเป็นที่จะต้องทำหรือทำค้างไว้ ให้วางไว้บนโต๊ะหรือสถานที่ที่เห็นได้เด่นชัดว่ายังมีงานรอเราอยู่
      3.จงทำงานจากส่วนย่อยไปสู่ส่วนใหญ่ โดยให้ยึดหลักวิธีการสรร้างรังของปลวกเพราะบางท่านเห็นว่างานใหญ่นั้นยากจึงไม่ลงมือทำ
      4.ถ้าแผนแรกไม่สำเร็จ จงใช้แผนที่สองที่สำรองไว้
      5.เมื่อเกิดปัญหาอย่าแก้ปัญหาของเราบนสมอง จงจดบันทึกลงบนกระดาษและแก้ปัญหาบนกระดาษ
      6.ถ้าเกิดความรู้สึกไม่อยากทำงานให้คิดย้อนกลับแล้วถามตนเองใหม่ว่าเราเชื่อหรือไม่ว่าสิ่งที่เราทำมันคุ้มค่าในการกระทำและเราสามารถทำได้
      7.ใช้ปรโยชน์จากประสบการณ์ของตนอื่นที่ประสบความสำเร็จโดยการศึกษาจากผู้อื่นที่เก่งกว่าเรา ดูตัวอย่างจากเขาและทำแบบอย่างเขา
      8.อ่านหนังสือที่ดีมีสาระที่ให้ความคิดและกำลังใจ(อย่างหนังสือเล่มนี้เป็นต้น)
      9.เตือนตนเองโดยการนึกถึงเป้าหมายเป็นระยะๆ
      10.เมื่อเกิดความคิดใหม่ สิ่งใหม่ ให้เริ่มจดบันทึกไว้ หรืออัดเทปไว้
      11.อย่ากังวลใจ จงใช้พลังของเราปฏิบัติงาน ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนและสังคม อย่าได้สูญเสียเวลาเปล่าๆ
      12.จงขายความคิดให้ตนเองยอมรับในผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในอนาคตบ่อยๆ
      13.คิดเสมอว่า การเริ่มต้นที่ดีมีชัยกว่าครึ่ง จงเริ่มต้นทำเสมอๆ
      14.ให้รางวัลตนเองเมื่อทำได้ตามขั้นตอนในแต่ละขั้นตอน
      15.จงฉวยโอกาศทันทีเมื่อได้รับผลสำเร็จของงานหรือได้ทราบข่าวดี
      16.ทำงานทุกวันอย่างกระตือรือร้น
      17.มองโลกในแง่ดีเสมอ หลีดเลี่ยงการกระทำหรือคนที่มองโลกในแง่ลบ
      18.ฝึกฝนตนเองเสมอในการพัฒนาคุณภาพในการขายและการทำงาน
      19.คิดเสมอว่า การรอคอยน่ากลัวกว่าการเริ่มต้นทำงาน
      20.ประกาศให้ผู้อื่นรู้ว่าเราต้องการอะไร จะทำอะไร
      21.บอกกับตนเองเสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่เราจะล้มเหลว
      22.จงระบายความกดดันหรือความเครียดด้วยการพูดถึงปัญหาของเรา
      23.ฝึกฝนให้ตนเองเป็นผู้ที่จดจ่อและมีสม่ธิในการทำงาน
      24.หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เสียเวลางานและสิ่งเย้ายวนใจ
      25.ทำงานให้สนุก เป็นสุขกับการทำงานโดยการสร้างอารมณ์ขัน
      26.เพิ่มความปรารถนาให้สูงขึ้น พยายามกระตุ้นตนเองหลายๆวิธี
      27.อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ไม่เลื่อนวันเวลาที่จะทำออกไป
      ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะต้องพัฒนาตนเองไปสู่ที่ดีกว่าเสมอ จงสร้างความฝันของตนเองให้ยิ่งใหญ่ที่สุดและมันจะป้นจริง จงทบทวนคุณภาพในการทำงานของท่าน โดยการทบทวนเป้าหมายของท่านตลอดเวลา และระลึกอยู่เสมอว่าท่านจะต้องทำเป้าหมายของท่านให้สำเร็จ ด้วยการสร้างนิสัยการทำงานหนักและสม่ำเสมอ

28.สร้างกำลังใจ สร้างอารมณ์บวก

สร้างกำลังใจ สร้างอารมณ์บวก

      ท่านเชื่อไหมครับว่า "มีกำลังใจที่ใหนย่อมมีวิถีทางที่นั่น" เพราะกำลังใจทีดีจะเป็นสะพานเชื่อมโยงไปสู่ชัยชนะหรือความสำเร็จได้ กำลังใจจะเป็นตัวประสานสองสิ่งที่สำคัญคือ
            จินตนาการหรือความฝัน และ
            ความจริง หรือการลงมือทำ
      ด้วยการปฏิบัติการอย่างมุ่มั่น ศรัทธา ปรารถนา และการกระทำบนพื้นฐานที่เป็นสะพาน คือกำลังใจ หลวงวิจิตรวาทการ ได้ชี้แนะ วิธีการสรรค์สร้างกำลังใจให้เพื่อนนักขาย นักธุรกิจ และนักต่อสู้ชีวิตไว้ โดยการฝึกฝนตนเองให้มีกำลังใจที่ดีกล่วโดยย่อ ดังนี้ 
      1.ทำจิตใจให้มั่นคง โดยท่านใช้คำพูดที่ว่า ทำดวงจิตให้มีความราบเรียบคือระงับอาการหลุกหลิก การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น การลุกลี้ลุกลน ด้วยการปฏิบัติร่างกายให้ราบเรียบเข้มแข็ง มีจิตใจที่หนักแน่นแต่ไม่ใช่หนักใจ
      2.พึงหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ใจขุ่นมัว อันได้แก่
      2.1พึงระงับความโกรธ หาทางป้องกันความโกรธมิให้เกิดกับเราระงับจิตใจไม่ให้โกรธง่ายต้งฝึกฝนโดยถือคติ "สุนัขกัด อย่ากัดตอบ"
      2.2พึงระงับความกลัว เพราะความกลัวเกิดจากการไม่รู้จริงไม่รู้แน่ และเกิดจากความคิดที่หลอกหลอนตัวเอง
      2.3พึงระงับความพยาบาท ซึ่งความพยาบาทก็มาจากความโกรธแต่รุนแรงกว่า ความพยาบาทเป็นไฟสุมขอน บ่อนทำลายกำลังใจ
      2.4พึงระงับความวิตกกังวล ซึ่งเกิดจากความคิดในแง่ลบ คิดว่าคงทำไม่ได้ หรือความคิดที่ขาดเหตุผล
      3.จงมีความเป็นตัวของตัวเอง
      ความเป็นตัวของตัวเองไม่ได้หมายความว่า ให้อยู่คนเดียวตามลำพังโดยไม่เกี่ยวข้องกับใครเลย แต่หมายความว่าให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยสมรรถภาพของตัวเราเอง รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ ตนเองย่อมมีสิทธิที่จะใช้ความคิด แสดงความคิดเห็นของตนเองได้ และถ้าหากเชื่อมั่นว่าถูกแล้วก็ลงมือทำอย่างมั่นใจ
      4.มีนิสัยสดชื่น คือมีความร่าเริงสนุกสนาน เบิกบาน ยิ้มแย้ม แจ่มใส ไม่แสดงอาการขุ่นมัวให้เห็น สามารถพูดให้ผู้อื่นฟังแล้วสบายใจ
      การสร้างให้เรามีนิสัยสดชื่นเราสามารถสร้างได้จากหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น 
      -สร้างจากสิ่งแวดล้อม สิ่งรอบๆ ตัว ตัวอย่างคือ การจัดตกแต่งบ้าน การใช้สี การใช้เสียงเพลง การใช้ต้นไม้ ฯลฯ
      -การมองโลกในแง่ดีหรือแง่ขบขัน
      -การประกอบแต่ความคิดคือ คิดดี และทำดี
      5.สร้างกำลังใจในการทำงานเสมอ ด้วยการบอกกับตนเอง ซึ่งประกอบกับคุณสมบัติต่างๆ
      5.1ความขยันขันแข็ง ไม่เกียจคร้าน
      5.2ความอดทนพยายาม
      5.3รู้จักพึงตนเอง ช่วยตนเอง
      5.4ให้รู้จักคุณค่าของเวลา หรือคิดว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง
      5.5ไม่น้อยใจในโชคชะตา วาสนาของตน หรือเกิดมาไม่เหมือนคนอื่น
      5.6คิดว่าอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตการทำงาน
      6.การปฏิเสธตนเองในสิ่งที่ไม่ดี คือไม่ตามใจตนเองในการคิด การพูด การทำ หรือการกินอยู่หลับนอน ตามความต้องการของร่างกายโดยลืมความสำเร็จหรือเป้าหมายที่รออยู่ การปฏิเสธที่จะไม่ทำความชั่วซึ่งอะไรดี อะไรชั่ว เราก็ควรจะรู้ การชนะคนอื่น ชนะธรรมดา ผู้แพ้แก้แค้นได้ แต่ชนะตนเอง ชนะเลิศ เป็นชัยชนะที่เที่ยงแท้
            ชนะคนอื่นบ่อย บ่อยแม้ร้อยครั้ง
      แต่ก็ยังแพ้กิเลส และเหตุผล
      จะไม่ดีไปกว่า สามัญชน
      ผู้ข่มใจชนะจิตของตน เพียงหนเดียว
      ขอฝากคำกลอน "ของไทย" ที่ได้กล่าวถึงคามดี ความคิดและการงานสำหรับผู้ที่ทำงานด้วย "ใจ" ไว้ดังนี้
            เอาความดี เป็นแกนกลาง ทางชีวิต
      เอาความคิด เป็นเครื่องช่วย อำนวยผล
      เอาการงาน เป็นกลไก ภายในตน
      นี่คือคน มีคุณค่า ราคางาม
      กล่าวกันว่ามีนักฝันที่มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จนั้นมีเพียงไม่กี่คน ท่านคิดหรือไม่ว่า ท่านก็คือคนคนหนึ่งที่มีเพียงไม่กี่คนในจำนวนเหล่านั้น ที่มองเห็นว่าอนาคตเป็นสิ่งท้าทาย มองเห็นหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยชัยชนะและเกียรติยศ เห็นจุดหมายที่มีรางวัลใหญ่รออยู่ ดังนั้นการที่เราจะมีชีวิตอย่างผู้ชนะหรือผู้แพ้ จึงขึ้นอยู่กับตัวเราและจิตใจของเราว่าเราต้องการหรือฝันถึงอะไร สิ่งใด ในขณะที่บางคนเชื่อว่า โชคและโอกาศเป็นสิ่งที่กำหนดชะตากรรมทั้งหมด หรือบางครั้งก็คิดอย่างลมๆ แล้งๆว่าความสำเร็จของชีวิตที่ดีขึ้นอยู่กับการหมุนลูกเต๋า หรือวงล้อของสลากกาชาด หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล
      กฏปฏิบัติเพื่อเพราะปลูกกำลังใจ
      ผู้เขียนขอแนะนำการปฏิบัติใช้สำหรับการเพราะปลูกกำลังใจ ซึ่งได้เรียบเรียงไว้เป็นกฏสั้นๆ จากหนังสือก้าวนำเคล็ดลับในการใช้สติปัญญาของ ม.ล. ฉอ้าน อิศรศักดิ์ ดังนี้
      1.แสวงหาความรู้ใส่ตัวท่านไว้
      2.รักษาร่างกายให้สมบูรณ์
      3.สร้างนิสัยที่ดีในการขยันขันแข็ง
      4.เริ่มการฝึกกำลังใจในภาระกิจเล็กๆ น้อยๆ ให้สำเร็จ
      5.ปรับปรุงตนเองให้มีการกระทำและตัดสินใจที่เด็ดขาด
      6.ปรับปรุงตนเองให้มีการกระทำและการตัดสินใจที่เด็ดขาด
      7.ฝึกหัดตัดสินใจ แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยไม่ต้องแสวงหาคำแนะนำจากผู้อื่นโดยไม่จำเป็น
      8.เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเสมอที่จะรับทำงานหรืภารกิจทุกอย่างทุกเวลา
      9.จงรักษาคำปฏิญาณ คำมั่นสัญญาในการประกอบภารกิจการงานไว้โดยเคร่งครัด
      10.จงทำและพยายามเพื่อก้าวไปสู่จุดหมายอันแน่วแน่และมั่นคง
      11.รักษาเส้นทางในการทำงานของตนให้คงเส้นคงวาโดยไม่ออกนอกลู่ทาง
      12.จงแสวงหาการแข่งขันที่ทัดเทียม
      13.บริหารกำลังใจของท่านโดยทำสิ่งต่างๆที่สนใจหรือมีโอกาศทำได้
      14.จงแสวงหาความประทับใจจากตัวอย่างที่ดีเลิศ จากบุคคลในประวัติศาสตร์หรือบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
      15.จงรู้จักการมีอารมณ์ขันและรู้จักพอประมาณ แต่จงเอาจริงเอาจังกับความอุตสาหะของท่าน
      16.กำหนดเวลาสงบจิตสงบใจประจำวันให้ตรงต่อเวลาเสมอ เมื่อเลือกเวลาที่สะดวกและเหมาะสมได้แล้ว
      ในการที่เราจะเป็นบุคคลที่ก้าวล้ำนำหน้าเขาได้ คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการก็คือ กำลังใจอันเข้มแข็ง นอกเหนือจากคุณสมบัติอื่นๆคือการมีความเชื่อมั่นในตนเอง การมีบุคลิกการแสดงออกที่ดี การมีการตัดสินใจที่ดี และการมีความคิดก้าวหน้าอย่างสร้างสรรค์ ขอให้สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นจงบังเกิดขึ้นกับท่านในเร็วๆนี้

      

27.เชื่อและศรัทธาว่าเราทำได้

เชื่อและศรัทธาว่าเราทำได้

      ท่านจะต้องศรัทธาต่อตนเอง และเชื่อมั่นอย่างจริงจังว่า "เราทำได้" ในสิ่งที่คนอื่น ที่สามารถทำได้ ทุกๆ เช้าจงบอกกับตนเองว่า
            วันนี้ฉันจะสู้ตาย ไม่ใช่ วันนี้ฉันตายแน่ๆ
            วันนี้ฉันสู้ตายค่ะ ไม่ใช่ ถอยดีกว่า
      สำหรับผู้ชนะในเกมของชีวิตต้องคิดเสมอว่า "สิ่งที่ยากนั้น...มันไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้เสมอไป" แต่อย่าคิดว่าท่านเก่งแล้วจนลุ่มหลงตัวเอง... "จงอย่ากังวลว่าคนเรา(เขา) จะไม่รู้ความสามารถของท่าน แต่จงกังวลให้มากๆ ถ้าหากท่านไม่มีความสามารถเลย"
      ขอทบทวนอีกสัครั้งว่าฝันหรือเป้าหมายของท่านจะเป็นจริงถ้าหาก...
      1.ท่านมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนว่าท่านต้องการอะไรในชีวิต
      2.ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าพอ เช่น เป็นอันดับหนึ่ง
      3.ท่านต้องเชื่อมั่นและวางใจตนเอง
      4.ท่านต้องมีแผนการที่แน่นอน เช่น พบลูกค้าที่ใหน เมื่อใดเท่าใด?
      5.ท่านต้องเดินตามแผนที่วางไว้
      6.มีอำนาจจิต จดจ่อ อยู่ดกับแผนการสู่เป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมายของท่าน
            ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยาชูกำลัง...
      จงทำคู่แข่งและคู่ค้าให้เป็นคู่คิด เพื่อผลิตชีวิตและธุรกิจของท่านให้ขึ้นหน้าเขา จงคิดเสมอว่าท่านจะแซงหน้าคู่แข่งได้อย่างไร
หลวงวิจิตรวาทการ ได้กล่าวไว้ในเรื่องการต่อสู้ของชีวิตรว่า
      "บุคคลใดไม่เคยต้องทำการต่อสู้
            ไม่เคยมีศรัตรู ไม่เคยประสบอุปสรรค
            บุคคลนั้นเป็นคนเคราะห์ร้ายที่สุด
            เพราะเขาจะมีลักษณะอ่อนแอ
            ไม่ได้พบกับการก้าวหน้า
            ชีวิตของเขาไร้ประโยชน์ไปทั้งชาติ
            ขอให้เราเริ่มชีวิตด้วยการต่อสู้
            ขอให้เรากล้าเผชิญอุปสรรค
            โดยไม่พยายามหลีกเลี่ยง ทำได้ดังนี้ เราได้ชื่อว่าเกิดมา มีประโยชน์"
      นิสัยที่จะทำให้ตัวท่านเองเดือดร้อน
      ต่อไปนี้ผู้เขียนขอสรุปถึงนิสัยต่างๆ ที่นอกจากจะทำให้ตนเองเดือดร้อนแล้วยังบ่อนทำลายเข็มทิศอันสำคัญก็คือเป้าหมายของท่าน 5 ประการคือ
      1.นิสัยที่เป็นคนขี้บ่น แทนที่จะแก้ไขปัญหา กับคำพูดที่ว่า "ทำไมไม่" "ทำไมต้อง" เป็นอย่างโน้นอย่างนี้
      2.นิสัยชอบจับผิดแทนที่จะมองหาแต่ข้อดี แล้วดึงเอาส่วนที่ดีมาปรับใช้กับเรา
      3.นิสัยผัดวันประกันพรุ่งแทนที่จะลงมือทำทันที
      4.นิสัยชอบพูดมากกว่าฟัง
      5.นิสัยชอบสนใจตัวบุคคลมากกว่าเรื่องที่จะต้องพูดกัน
      เอ็ดวินซี่ บรานส์ มีความเชื่อมั่นและแน่วแน่ว่า จะได้ทำงานร่วมกับ โทมัส อัลวา เอดิสัน เขามีความเชื่อ ความปรารถนา มีความทะเยอทะยานในความคิดที่จับต้องไม่ได้ แต่เขาทำได้สำเร็จเพราะเขามีเป้าหมายที่แน้วแน่ วางกำลังให้กับงานทั้งหมด กำลังใจทั้งหมด ความอุตสาหะจนบรรลุเป้าหมายของเขา เขาไม่เคยพูดว่า "ฉันค่อยหาช่องทางอื่น เมื่อฉันล้มเหลว" แต่ว่าเขาพูดว่ามีอยู่ทางเดียวในโลกก็คือ ฉันต้องเป็นเจ้าของให้ได้ คือเป็นหุ้นส่วนของเอดิสัน
      ท่านคงจะเห็นด้วยใช่ใหมครับว่า "ความสำเร็จมาสู่ผู้ที่เกิดความเชื่อและรู้สึกว่าจะได้รับความสำเร็จ" เช่นเดียวกับเครื่ิองยนต์ฟอร์ดีวี 8 ที่วิศวกรโรงงานคิดและบอกกับฟอร์ดว่า "เป็นไปไม่ได้" ซึ่งตรงข้ากับฟอร์ด ที่คิดว่า "มันเป็นไปได้" และในท้ายที่สุด ประดิษฐกรรมอันมหัสจรรย์ในอดีตก็บังเกิดขึ้นจริงๆ กับสายตาของคนรุ่นสมัยนั้น
      ท่านเชื่อเถอะครับว่า มนุษย์เรานั้นมีความสามารถมากกว่าที่คาดคิด ซึ่งเราก็คงจะได้พบได้เห็นกันบ่อยๆ ในเวลาที่มนุษย์เรามีสภาวะถูกกดดันอย่างหนัก เช่น การวิ่งหนีสัตว์หรือคนทำร้ายอย่างไม่คิดชีวิต การยกของหรือเครื่อนย้ายของหนักๆ เวลาหนีไฟขณะเกิดไฟไหม้ ถามหน่อยเถอะครับ ในขณะที่เกิดเหตุการณ์สำคัญนั้นๆ เขาก็คือคนเดิม ชื่อเดิม กินอาหารแบบที่เคยกิน แต่เขาใช้พลัง กำลังวังชา และเรี่ยวแรงจากไหน "ท่านจะทำได้ถ้าหากท่านคิดอยู่เสมอว่า เราทำได้"

ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง เป็นหนังสือที่จะกระตุ้นให้ท่านขุดค้นความสามารถทั้งหลายที่มีอยู่ในตัวของท่าน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบันดาลใจ สร้างพลังจิตจากความคิด สร้างความสำเร็จจากความท้อถอยและเป็นผู้กำชัยชนะที่ยืนยาวจากความพ่ายแพ้ชั่วครั้งชั่วคราวที่ทดสอบจิตใจของเราเองด้วยการกำหนดชัยชนะจากภายในจิตใจของตัวเราเองก่อน เพื่อเป็นผู้ชนะตลอดเวลา สมชาย กิจยรรยง