18.สร้างจินตนาการ สร้างความสำเร็จ

สร้างจินตนาการ สร้างความสำเร็จ

      ท่านอยากพบบุคคลที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จต่อท่านมากที่สุดในโลกไช่ไหม ท่านอยากรู้จักกับคนคนหนึ่งที่มีอำนาจที่จะบันดาลความสุข ความสำเร็จและสิ่งต่างๆ ที่ท่านต้องการให้ท่านได้หรือไม่? ครับผมจะแนะนำให้ท่านรู้จักก็คือ ตัวท่านเอง
      แน่นอนเท่าที่ผ่านมาในช่วงชีวิตตอนใดตอนหนึ่ง ท่านอาจจะรู้สึก อ้างว้าง โดดเดี่ยว เหมือนกับตกหลุมพรางของชีวิต ขาดจุดมุ่งหมายที่แน่นอนหรือไร้หลักการ อาจจะเป็นความผิดพลาดหรือพลาดหวังอย่างใดอย่างหนึ่ง คนอื่นๆ ที่ล้มเหลวแล้วสามารถลุกขึ้นมาได้ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากตัวท่าน
      ความจริงก็คือว่า ไม่มีความแตกต่างทางพื้นฐานระดับมนุษย์ด้วยกัน เพราะจิตใจของคนเรามีลักษณะการทำงานตามกฏเกณฑ์ของธรรมชาติแบบเดียวกัน จงมองลึกเข้าไปในตัวของท่าน มันยังมีอำนาจมหัศจรรย์ อำนาจวิเศษอยู่อย่างหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนดวงแก้วสารพัดนึก ที่จะบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ตัวท่าน เพียงแต่ท่านจะต้องรู้จักวิธีที่จะดึงมันออกมา และใช้มันทำในสิ่งที่ดีงามต่างๆ นั้น
      การที่จะกระทำเช่นนี้ได้ ท่านจะต้องเข้าใจเป็นประการแรกก่อนว่าการกระทำต่างๆนั้น แรกทีเดียวจะต้องเกิดขึ้นในจิตใจก่อน เพราะฉะนั้นท่านจะต้องกำหนดจิตใจของท่านให้แน่นอนก่อนว่าท่านต้องการความสำเร็จอะไร ความจริงแล้วสิ่งต่างๆ  ที่เกิดขึ้นกับท่าน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น เพราะท่านคิดว่ามันจะเป็นอย่านั้น ท่านลองย้อนนึกดูการกระทำของท่านที่ผ่านมา ดูว่าเป็นจริงตามนั้นโดยส่วนใหญ่หรือไม่อย่างไร เพราะความคิดนั้นๆ ถูกสะสมไว้ในจิตใจของท่านทีละขั้น และด้วยวิธีการเช่นนี้ทำให้เรื่องที่เราคิดอยู่เสมอนั้นเป็นจริงขึ้นมาท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "ผมเกรงเหลือเกินว่ามันจะเกิดขึ้น" แล้วเขาก็คิดและพูดอยู่เช่นนั้น บางทีก็ด้วยความกลัว จึงได้สร้างภาพเหตุการนั้นๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อีกด้วย
      ท่านเชื่อไหมครับว่า อำนาจสร้างสรรค์หรือพลังที่อยู่ในตัวท่านนี้จะไม่แยกแยะเหตุผลว่าอะไรดี อะไรชั่วได้ ถ้าหากท่านมีความคิดจินตนการหรือมโนภาพในความสำเร็จ ท่านย่อมได้รับความสำเร็จ แต่ถ้าหากท่านคิดว่ามันล้มเหลวอยู่เรื่อยไป ท่านก็คงได้รับความล้มเหลวอย่างแน่นอน
      เพราะฉะนั้นในบทนี้จึงเป็นบทที่สำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับท่าน ขอบอกกับท่านอย่างจริงใจว่า ท่านจำเป็นที่จะต้องรู้จักควบคุมอำนาจหรือพลังสร้างสรรค์นี้ รวมทั้งการสร้างจินตนาการ หรือมโนภาพทางใจของท่านรวมทั้งการปฏิบัติเพื่อสร้างสำนึก มโนภาพ หรือจินตนาการ แห่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นในจิตใจ
      แรกสุดท่านจะต้องรู้ และเข้าใจความคิดบางอย่างเกี่ยวกับตัวท่านว่าตัวคนเรานั้นจะมีจิตใจที่แตกต่าง และแยกกันอยู่ สองอย่างคือ
      จิตสำนึก เป็นจิตธรรมดาโดยทั่วๆ ไปจะทำการแยกแยะเหตุผลแสดงออกถึงความสงสัย การคาดคะเน การคิดคำนวณ หรือการเรียนรู้ต่างๆ เปรียบเสมือนตะแกรงร่อนคอยคัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป หากสิ่งใดก็ตามที่จิตสำนึกเราสนใจนั้นก็จะถูกส่งไว้ในรูปของความคิด มโนภาพ หรือจินตนาการ และจะถูกส่งผ่านเข้าไปยังจิตใต้สำนึก หรือจิตภายใน ที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ที่ไม่อาจกำหนดขอบเขตได้ แตกต่างจากจิตสำนึกที่ จิตสำนึกธรรมดานั้น ไม่มีพลังหรืออำนาจสร้างสรรค์เพราะปัญหาต่างๆ ที่คิดด้วยจิตสำนึกธรรมด่นั้น บ่อยครั้งที่เราแก้ปัญหาไม่ตก กับคำพูดของจิตสำนึกว่า "ผมยอมแล้ว หรือ จนปัญญาจริงๆ" และทันทีที่ความคิดชั้ววูบเมื่อท่านคิดว่าจนตรอก หรือหมดทางแล้วก็แวบขึ้นมาในจิตขณะปล่อยวาง ทำให้ท่านนึกออกมองเห็นลู่ทาง หรือแก้ไขปัญหานั้นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความจำ เรื่องต่างๆ ที่สำคัญๆ ในอดีตที่ท่านพยายามนึก
      นั่นเหละครับ จิตใต้สำนึกที่สร้างสรรค์ ช่วยคิดหรือแก้ไขปัญหาทันทีที่จิตไต้สำนึกส่งปัญหาหรือข้อมูลเข้าไปให้จิตใต้สำนึกหาทางออก ซึ่งท่านไม่เคยรู้ตัวว่า มันเป็นการทำงาน มันเป็นการคิดค้นช่วยเหลือของจิตใต้สำนึกของท่านเอง โดยส่งคำตอบผ่านมายังจิตใต้สำนึกให้รับรู้ได้
      ดังนั้น ท่านพอจะมองเห็นแล้วนะครับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกเรานี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากจิตใต้สำนึก ซึ่งมันไม่ไช่เรื่องลึกลับหรือเหลือเชื่อแต่ประการใด การสร้างพลังแห่งความสำเร็จจึงกระทำได้โดยการสร้างจิตนาการหรือมโนภาพนั้นๆ ให้ถูกต้องก่อนที่มันจะออกมาเป็นรูปร่างหรือเป็นผลสำเร็จที่เป็นความจริงขึ้นมาได้
      สูตรสามขั่นในการช่วยเหลือให้ท่านเสริมสร้างพลังแห่งความสำเร็จและสามารถลบขุมจิตใต้สำนึกของท่านได้ โดยการปฏิบัติอย่างง่ายๆ และช่วยให้ท่านมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่ท่านต้องการทางจิตใจได้ โดยใช้หลักการของธรรมชาติของจิตใต้สำนึก และการทำงานของจิตใจตามกฏเกณฑ์ธรรมชาติคือ
      ขั้นที่หนึ่ง ท่านจะต้องปล่อยวางและผ่อนคลายความวิตกกังวลหรือความตึงเครียดต่างๆ ที่จะทำให้ใจของท่านว่างด้วยกุศโลบายต่างๆ เช่น ทำความรู้สึกให้โปร่งโล่งโปร่งเบา หรือสบาย ลืมเรื่องราวต่างๆที่จะมากระทบหรือรบกวนจิตใจ หรือาศัยสถานที่เงียบๆ ผักผ่อนให้ใจสงบหลับตาสมมุติว่าตัวเองอยู่ตัวคนเดียวในโลก
      ขั้นที่สอง ทำจิตใจของเรา ที่เป็นจิตใต้สำนึกที่รู้จักคิดเห็นจดจำได้นี้ โดยการรักษาจิตสำนึกของเราให้สงบและว่างจากความคิดอื่นๆซึ่งท่านจะต้องไม่ฟุ้งซ่าน ซึ่งอาจจะต้องใช้วิธีการตามหลักสากล หรือหลักของศาสนาพุทธก็ได้ ขอย้ำว่าจิตในขั้นที่สองนี้คือ การพักจิตใต้สำนึกให้ผ่อนคลายและจิตใจให้เป็นอิสระจากการคิดถึงเรื่องราวต่างๆ
      ขั้นที่สาม การปรุงแต่งจิตใต้สำนึกจากขั้นที่หนึ่งสู่ขั้นที่สอง เพื่อให้ท่านผ่อนคลายนั้น บางท่านหรือบางครั้งอาจจะต้องอาศัยเวลา สถานที่หรือสภาพแวดล้อมช่วย  เปรียบเหมือนกับการทำน้ำขุ่นหรือน้ำที่มีตะกอนให้ใสซึ่งต้องใช้เวลาและความนิ่งของน้ำเมื่อร่างกายและจิตใจได้รับการผ่อนคลายลง และจิตใจของเรามีความคิดเป็นอิสระคือ ปล่อยวาง หรือจิตว่างแล้ว จงตั้งใจสร้างจินตนาการ สร้างมโนภาพ ถึงสิ่งที่คุณปรารถนาหรือจะได้รับ
      ในขั้นที่สามนี้ก็คือ การรวบรวมความคิดของเราพุ้งไปยังจุดๆ เดียวคือ ภาพ จินตนาการ หรือมโนภาพที่สร้างขึ้นในสิ่งที่เราจะบรรลุถึง มองเห็นภาพของของตนเอง กำลังทำสิ่งนั้นอยู่ หรือกำลังจะเกิดขึ้น 
      ยิ่งเรามีโอกาศได้สร้างภาพเหล่านี้บ่อยครั้งเท่าไดก็ตาม สิ่งนั้นก็จะเคลื่อนเข้ามาหาเรายิ่งขึ้นและผลสุดท้าย ท่านก็จะได้รับสิ่งที่ท่านต้องการตามคำบัญชาของจิตใจท่าน ดังเช่น โทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์บันลือโลกกล่าวว่า "ความสามารถของผมในการค้นคิดประดิษฐ์สิ่งต่างๆ นั้น ผมไม่เคยคิดเป็นคำพูด แต่ผมคิดเป็นภาพ" เขาได้คิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เขาต้องการและจินตนาการการประดิษฐ์แล้วก็ปล่อยให้จิตใจสำนึกของเขาทำตามนั้น
      ท่านก็เช่นกันครับ ความสำเร็จในสิ่งที่ควรค่าแก่ชีวิตต่างๆ นั้นล้วนแล้วแต่ได้ใช้ประโยชน์จากสูตรนี้ ทั้งงที่บางคนรู้ตัวและโดยไม่รู้ตัวดังนั้นเมื่อท่านรู้แล้ว จงใช้มันให้เป็นประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเถอะครับ มันจะให้ค่าอย่างมหาศาลแก่ท่านเพราะนี่เป็นกฏการสร้างของจิตใต้สำนึกที่เราทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้วในตัว เพียงแต่ท่านจะใช้มันในแง่สร้างสรรค์หรือไม่เท่านั้น

ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง เป็นหนังสือที่จะกระตุ้นให้ท่านขุดค้นความสามารถทั้งหลายที่มีอยู่ในตัวของท่าน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบันดาลใจ สร้างพลังจิตจากความคิด สร้างความสำเร็จจากความท้อถอยและเป็นผู้กำชัยชนะที่ยืนยาวจากความพ่ายแพ้ชั่วครั้งชั่วคราวที่ทดสอบจิตใจของเราเองด้วยการกำหนดชัยชนะจากภายในจิตใจของตัวเราเองก่อน เพื่อเป็นผู้ชนะตลอดเวลา สมชาย กิจยรรยง