15.คิดริเริ่มอย่างสร้างสรรค์

คิดริเริ่มอย่างสร้างสรรค์

      ความสำเร็จของผู้คนส่วนใหญ่เกิดจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มชน ลูกค้าหรือประชาชน เกิดจากความคิดริเริ่ม ความคิดที่ไม่ยึดติดอยู่กับที่ กับคำว่า "เป็นไปไม่ได้" "อย่าดีกว่า" "ทำไม่สำเร็จหรอก" จะไม่มีบุคคลที่แสวงหาช่องทางแห่งความสำเร็จ เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จหรือผู้ชนะจะพูดว่า "มันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้" "ลองพยายามดู" "ลองทำดู" ฯลฯ ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำนานัปการเพื่อทำลายกำแพงอุปสรรคของความคิดสร้างสรรค์คือ
      1. สร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น และต้องเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นท่านสามารถทำได้ ทำสำเร็จ แล้วก็หาหนทางทำความคิดนั้นให้สำเร็จตามความมุ่งหมาย ในสิ่งเดียวกันหรือในเรื่องเดียวกัน สองคนอาจจะมองไม่เหมือนกัน คนหนึ่งมองเป็นปัญหา อีกคนหนึ่งอาจจะมองเป็นโอกาศก็ได้ คำกล่าวที่ว่า "สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นแต่โครนตม อีกคนมองเห็นดวงดาวพร่างพราวนภา" ตัวอย่างเช่น การที่บริษัทแห่งหนึ่งจะผลิตรองเท้าแตะไปขายที่ดินแดนแภบทะเลทราย เพราะเห็นว่าเป็นตลาดใหม่หน้าทดลอง จึงส่งพนักงานขายไปสำรวจพนักงานขายไปสำรวจแล้วกลับมารายงานบริษัทว่า ไม่สมควรที่จะไปขายรองเท้าแตะที่นั่นเลยเพราะประชาชนที่นั่นไม่พัฒนา คือไม่มีใครใส่รองเท้าแตะเลย บริษัทจึงส่งผู้จัดการฝ่ายขายไปดูอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ผู้จัดการฝ่ายขายกับมารายงานว่า สมควรที่จะเริ่มวางแผนตลาดการขายไปที่แห่งนั้นโดยเร็วเพราะไม่มีไครไส่รองเท้าเลยเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่โตมหึมา โดยเราจะต้องแนะนำให้ประชาชนทุกคนไส่รองเท้าแตะ และชี้แจงว่ามีประโยชน์อะไรบ้างจากการใส่รองเท้า ผลสุดท้าย ความสำเร็จอันมหาศาลก็เกิดขึ้นกับบริษัทแห่งนี้
      2.ตัดความเชื่อถือหรือวิธีการเดิมๆ ที่คนอื่นใช้อยู่ โดยการทดลองใช้ความคิดใหม่ๆ และทดลองสิ่งใหม่อยู่เสมอ ดังเช่น การประหยัดเวลาในการส่งเอกสาร ก็สามารถใช้ได้หลายวิธีคือ ใช้พนักงานเดินเอกสาร, ใช้จดหมาย, โทรสาร ใช้คอมพิวเตอร์ครบวงจร, ใช้รถรับจ้างพิเศษ, ฝากไปกับบุคคลในท้องถิ่น ฯลฯ
      3.จงถามตัวเองเสมอว่า "เราจะทำผลงานให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร" ไม่ใช่ถามตัวเองว่า "เราจะทำผลงานได้ดีกว่านี้หรือไม่" เพราะคำถามแรกเป็นคำถามที่มีคำตอบของความสำเร็จให้เลือกเพียงทางเดียว แต่คำถามที่สองจะมีคำตอบออกมาคือ ได้ กับ ไม่ได้ เท่านั้น
      4.คิดหาวิธีปรับปรุงคุณภาพและปริมาณทางการขายของตนเองและของทีมงานในทุกวิถีทาง ถ้าอยากก้าวเร็วและล้ำหน้ากว่าคนอื่นๆลองใช้สถานการณ์เหล่านี้ดู
      ก.แสดงฝีมือ แม้จะต้องทำงานหนัก โดยคิดบอกกับตนเองเสมอว่า "งานหนักหมายถึงเงินตรา"
      ข.นึกไว้เสมอว่าทำอย่างไรจึงจะได้ผลงานเพิ่มขึ้นอีกโดยถูกวิธีไม่ผิดกฏกติกา และจรรยาบรรณ
      ค.พยายามทำดีที่สุดในทุกกรณี และทุกวัน
      5.รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น อย่าเอาแต่พูดเสียฝ่ายเดียว ทั้งลูกค้า ทีมงาน และเพื่อนร่วมงาน การที่เราได้มีโอกาสพบปะผู้อื่น สภาพแวดล้อมอื่น จะมีส่วนช่วยกระตุ้นความคิดได้ ข้อแนะนำในการกระตุ้นความคิดใหม่ๆ สำหรับผู้ที่อยู่ในธุรกิจการขาย ได้แก่
      ก.เข้าร่วมประชุมทุกครั้ง และยกมือทุกครั้งในการตอบคำถามหริอการประกาศกฏการแข่งขัน
      ข.คบเพื่อนต่างอาชีพ อาจจะทำให้เกิดความคิดใหม่ๆได้
      ค.อ่านหนังสือที่ดี และมีประโยชน์
      6.เมื่อเกิดความคิดใหม่ๆ แล่นเข้ามา ควรทำดังนี้
      ก.รีบจดลงในสมุดบันทึก แฟ้ม กระดาษบันทึก ก่อนที่จะลืม ดังนั้นท่านควรจะมีสมุดบันทึกพกติดตัวเสมอ เพื่อรวบรวมความคิดใหม่ๆ
      ข.ใคร่ครวญ ทบทวนความคิดดูให้ดี
      ค.ไตร่ตรองแล้วลงมือทำทันที
      การสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้น ท่านจะต้องเชื่อว่าสื่งที่คิดนั้นท่านสามารถทำได้สำเร็จ แล้วก็หาหนทางทำให้ความคิดนั้นสำเร็จสมความมุ่งหมาย จงหลีกเลี่ยงคำว่า "เป็นไปไม่ได้" "ไม่มีทาง" "ไม่มีประโยชน์" จงตัดความเชื่อถือหรือประเพณีดั้งเดิมที่ไม่เข้าท่าออกเสีย ด้วยการรับฟังความคิดใหม่ๆทดลองสิ่งใหม่ๆรักความหน้าอยู่เสมอ เชื่อเถอะครับว่า "ท่านทำได้" มันเป็นไปได้ ลงมือทำและอีกไม่นาน ความ สำเร็จก็จะเป็นของท่าน

ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง เป็นหนังสือที่จะกระตุ้นให้ท่านขุดค้นความสามารถทั้งหลายที่มีอยู่ในตัวของท่าน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบันดาลใจ สร้างพลังจิตจากความคิด สร้างความสำเร็จจากความท้อถอยและเป็นผู้กำชัยชนะที่ยืนยาวจากความพ่ายแพ้ชั่วครั้งชั่วคราวที่ทดสอบจิตใจของเราเองด้วยการกำหนดชัยชนะจากภายในจิตใจของตัวเราเองก่อน เพื่อเป็นผู้ชนะตลอดเวลา สมชาย กิจยรรยง